ยอมรับแก้ปัญหาฝุ่นให้หมด ทำยาก ชี้ ปชช. ควรมีอากาศบริสุทธิ์

เชียงใหม่ 29 พ.ย. – นายกฯ ยอมรับแก้ปัญหาฝุ่นให้หมด ทำยาก แต่ยืนยัน รัฐบาลให้ความสำคัญ ระบุอากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรได้ หมายหัวเอกชนลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเป็นต้นตอปัญหา อาจถูกมาตรการทางภาษี


นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นคณะทำงานชุดใหญ่ โดยมีภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาควิชาการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ และกองทุน we love chiangmai ประชุมหารือประเด็นแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

โดยมีการรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาฝุ่นควันมีปัจจัยสำคัญที่เกิดจากปัญหาการจราจรและการเผาในพื้นที่โล่งอันเกี่ยวเนื่องกับเกษตร รวมถึงฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการวิเคราะห์สถานการณ์ พบว่า ช่วงธันวาคม ถึงมีนาคมอากาศเริ่มปิดและเริ่มมีการเผาในพื้นที่โล่ง โดยเฉพาะการเผาวัสดุการเกษตรทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 เริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนขณะช่วงมีนาคมถึงเมษายน มีการเผา ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวนปริมาณมาก ทำให้ฝุ่น PM 2.5 บางครั้งขึ้นไปถึง 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงดังกล่าวมีปัญหาหมอกควันข้ามแดนเข้ามาจากทั้งประเทศลาวและเมียนมา ทำให้ค่าฝุ่นในกลางวันขึ้นไปถึง 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร


ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีการกำหนดมาตรการเร่งด่วน 6 มาตรการ อาทิ ระบบการบริหารการเผา ,การสร้างมาตรฐานการทำการเกษตรแบบไม่เผา , มาตรการไม่รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ ,การพิจารณาสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจในการแก้ไขเพื่อให้ใช้เอกชนร่วมแก้ไขปัญหา เป็นต้น รวมไปถึงการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงมาตราฐาน ยูโรไฟว์ เป็นต้น

โดยหลังจากที่นายเศรษฐา ได้รับฟังรายงานเสร็จสิ้น ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาประชุมวันนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ดูได้จากแววตาคนที่มานำเสนอวันนี้ เป็นคนที่มีความจริงใจรับทราบถึงปัญหาอย่างถ่องแท้ และอยากให้ปัญหาลดน้อยลงไป ตนใช้คำพูดอย่างระมัดระวังว่า “น้อยลงไป” เพราะหากพูดว่า “หมดไป” คงลำบาก เราอยู่กับความเป็นจริงดีกว่า จากที่ฟังการรายงานมาทั้งหมด ขอแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรก เริ่มจากปัญหารถยนต์ที่มีปัญหาท่อไอเสีย ที่เป็นองค์ประกอบอันหนึ่งแต่ไม่ได้ใหญ่มากและเชื่อว่าโลกเปลี่ยนไปเยอะการใช้รถยนต์ที่มีสันดาปหรือ ฝุ่นควันก็ลดน้อยลงไปแล้ว และมีการใช้รถอีวีมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีตัวเลขที่สูงขึ้น มากกว่า 5% ขึ้นไป

“เมื่อคืนมาถึงเชียงใหม่มาร่วมงานลอยกระทง ก็ได้เชิญผู้บริหารของบริษัทเทสล่า ซึ่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้มาที่นี่ เพื่อผลิตและส่งออกตรงนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีว่าประเทศเราให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ในอนาคตไม่แน่ใจจะใกล้หรือไกลขนาดไหน แต่คิดว่าไม่เกิน 10 ปี การใช้รถอีวีก็จะสามารถทำให้ PM 2.5 ที่เกิดจากรถยนต์ลดน้อยลงไปอย่างมีนัยยะ” นายเศรษฐา กล่าว


นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองค่อนข้างที่จะใกล้ชิดก็คือเรื่องการเผาป่ากับเรื่องการเผาซากผลิตภัณฑ์เกษตร ซึ่งเราให้ความสำคัญมาก แต่ต้องกลับไปพูดถึงบ่อเกิดก่อนว่าเกิดจากอะไร  ถ้าเกิดว่าซากข้าวโพดหรือซังข้าวโพดทั้งหลายมีคนมารับซื้อออกไป ชาวบ้านก็ไม่ต้องใช้ไม้ขีดก้านเดียวแล้วเผา

“ตนเชื่อว่าไม่มีใครอยากทำ ทุกคนตระหนักดีถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น แต่เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงในการที่จะบริหารจัดการซากพืชผล เป็นอะไรที่เป็นปัญหาใหญ่ และปัญหาใหญ่ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง เรื่องงบประมาณ เรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีเกิดขึ้นมาในอนาคต”นายเศรษฐา กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายคนที่ได้นำเสนอมาก็มีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซอฟต์โลน รวมถึงข้อเสนอในหลายๆ โครงการก็ต้องรับไปแก้ปัญหา แต่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนที่สุดแล้ว ตนก็พูดกลับไปกลับมา คือเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่

“ถ้าเขามีรายได้ที่ดี ราคาพืชผลราคาแพง มีตลาดส่งออกทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้น แม้ต้นทุนในการที่จะบริหารจัดการต้องเพิ่มขึ้น เชื่อว่าเขาก็ยินดี แต่ตราบใดที่ตลาดปิด ราคาพืชผลไม่ดีขึ้น ถ้าต้องเพิ่มงบประมาณในการจัดการต่อข้าว ซังข้าวโพด ก็เป็นภาระอันใหญ่หลวง ซึ่งเขาก็ไม่อยากทำ ดังนั้นเราคงต้องทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ฝ่ายความมั่นคง พร้อมขอขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 3 ที่ได้มีการเสนอหลายมาตรการ เพราะปัจจุบันนี้เรื่องของความมั่นคงก็ยังมีความสำคัญอยู่ แต่เรามีกำลังพลเหลือ เรามียุทโธปกรณ์เหลือ ของเหล่านี้ก็มาช่วยในแง่ของที่ลดปัญหาเรื่องไฟป่ามาทำงานร่วมกับภาคประชาชน ดูแลทุกข์สุขของเขาให้ดีขึ้น” นายเศรษฐา กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนกรณี NGO เสนอเรื่องการใช้งบประมาณทำงาน ยืนยันว่ารัฐบาลอยากทำงานใกล้ชิดกับภาคประชาชนอยู่แล้ว เป็นนโยบายใหญ่ของรัฐบาลนี้ แต่อยากให้ภาคเอกชนทำงานกับราชการ ฝ่ายความมั่นคงดูก่อนว่า มียุทโธปกรณ์เพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือได้หรือไม่

“ปัจจุบันเรามีมือถือทุกคน เวลาเดินทางไปไหนก็เช็คสภาพอากาศ ผมจำได้ว่าเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ผมเช็กค่าฝุ่น Top 10 ของโลก พบว่า 5 ที่อยู่ที่ภาคเหนือของไทย ตรงนี้ท่านไม่ต้องมาบอกหรอกว่า ทำไมถึงการท่องเที่ยวไม่ดีอย่างที่ควร ผมคิดว่าในที่นี้ตระหนักดีอยู่แล้ว รัฐบาลก็หนักดีอยู่แล้ว เราใช้นโยบายเป็นตัวกระตุ้นในการท่องเที่ยว ผู้ว่าฯเองก็ได้ช่วยเหลือ ให้สนามบินเปิดได้ 24 ชั่วโมง รัฐบาลก็ออกวีซ่าฟรีให้กับคนจีน อินเดีย ไต้หวัน คาซัคสถาน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักในการที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ถ้าเขาไปกรุงเทพฯ ภูเก็ต อากาศก็ดีกว่าเชียงใหม่ เราอยากให้มาเชียงใหม่ด้วย อยากให้มาเมืองรอง เมืองที่มีวัฒนธรรมหลากหลายมาใช้เวลาที่ยาวกว่าอยู่ในประเทศไทย การที่ไม่ได้มาเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมเพราะอากาศไม่สะอาด” นายเศรษฐา กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประชุมเช่นนี้ในปีก่อนๆ ไม่เคยมารวมตัวกันมากถึงขนาดนี้ มีทั้งทาง NGO มีภาพเอกชน กอ.รมน. มีรัฐบาล ตัวแทนประชาชนและสส. รวมถึงหลายภาคส่วน ซึ่งทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากถึงขนาดนี้ ตนจึงมั่นใจว่าเรื่องเหล่านี้ต้องดีขึ้น มีการพูดคุยอย่างชัดเจน ส่วนที่มีการเสนอให้มี 11 ป่าอนุรักษ์ เราก็ทำให้ทันที รองนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จริงๆ มีข้อมูลที่เป็นเรื่องดีๆ เยอะมาก  เราเองก็อยากนำข้อมูลไปพูดคุยและหาทางออกที่ดี

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า นอกจากการบริหารจัดการภายในแล้วยังมีปัญหาเรื่องของประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราบริหารจัดการเองได้ แต่เรื่องทิศทางลมจากเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ ทั้งลาวและเมียนมา ก็เป็นเรื่องที่ต้องเจรจาและพัฒนาไปด้วยกัน ซึ่งในส่วนของลาวเป็นการพูดคุยเจรจาทวิภาคี โดยปัญหาอากาศเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ แต่ก็ต้องเห็นใจเหมือนกัน เพราะเศรษฐกิจไม่ดีเท่าเรา ปัญหาด้านเกษตรเรื่องการจัดเก็บ การทำลายซากพืชผลก็ไม่ดีเท่าเรา

“อีกส่วนที่สำคัญคือภาคเอกชน หรือคนที่ไปรับซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านมา จะสนใจแต่ราคาแค่อย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูด้วยว่าพืชผลที่รับซื้อมาถูกจัดการไปถูกต้องตามหลักที่พูดคุยกันได้หรือไม่ ถ้าหากพูดจากันแล้วไม่ทำตาม มาตรการภาษีก็ต้องมีใหม่ ถ้าไปซื้อของจากประเทศที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องอากาศบริสุทธิ์ เรามี พ.ร.บ.อากาศสะอาด แล้วเพื่อนบ้านเราไม่ทำให้ หรือนายทุนจากบ้านเรา ไปทำมาหากินในประเทศเขาและไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ รัฐบาลนี้ก็ยอมรับไม่ได้ ยืนยันว่า รัฐบาลนี้จะให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับเรื่องอากาศสะอาด และการแก้ปัญหาฝุ่นควัน จริงๆแล้วสิทธิพื้นฐานของมนุษยชนเราเรียกร้องกันหลายเรื่อง แต่เรื่องพื้นฐานที่สุดและควรที่ประชาชนจะได้ คืออากาศสะอาด ซึ่งเป็นของฟรี ถ้าเกิดรัฐบาลไม่ให้ความสนใจ ไม่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ ผมว่าเรามีปัญหา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ขอให้ทุกท่านตระหนักดีและเข้าใจ ว่ารัฐบาลนี้จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆ” นายเศรษฐา กล่าว.-313.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ลุ้นวันนี้! ศาล รธน.ลงมติคดี “คลิปเสียง “แพทองธาร” คุย “ฮุน เซน”

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – ลุ้นวันนี้ (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คุย “ฮุน เซน” วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน เพื่อส่งให้ประธานศาลศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง และในเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม ส่วนความเคลื่อนไหววันนี้ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ถูกศาลสั่งพักงาน” จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตนเอง และเตรียมแถลงข่าวหลังศาลมีคำตัดสิน โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอย เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าให้กำลังใจนายกฯ ไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธาร […]

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

อุตุฯ เตือนเหนือ-อีสาน-ใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40% กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนในระยะต่อไป กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง […]

แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ชาวบ้าน-พระ เดือดร้อน

สุโขทัย 28 ส.ค. – หลายพื้นที่เมืองสุโขทัย จมอยู่ใต้น้ำและขยายวงกว้าง แม่น้ำยมล้นพนังกั้นน้ำ ด้านหลังวัดปากแคว พระและชาวบ้าน ช่วยกันขนสิ่งของหนีน้ำ ภาพมุมสูง เผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมสูงภายในวัดปากแคว และบริเวณโดยรอบ ทหารนำกำลังพล 22 นาย ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พระวัดปากแคว ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว 4 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง รถยนต์จมน้ำหลายคัน ด้านหลังวัดปากแคว อำเภอเมือง แม่น้ำยมผนังกั้นน้ำล้นตลิ่ง มวลน้ำมหาศาล ทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำสูงรอบวัดเกือบ 2 เมตร ทะลักเข้าท่วม ไหลข้ามถนนจรดวิถีถ่อง ระยะทางกว่า 500 เมตร ต้องปิดกั้นถนนห้ามสัญจรไปมา พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ (พระอาจารย์นาค) เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย เจ้าอาวาสวัดพายชุมพล หลังทราบข่าว ระดับน้ำท่วม ในวัดปากแคว รีบนำอาหารกล่องพร้อมทั้งถุงยังชีพ เข้าไปถวายพระสงฆ์ 18 รูป ที่จำพรรษาอยู่ในวัดปากแคว เร่งหาผู้สูญหายที่แม่ฮ่องสอน […]