กรุงเทพฯ 29 ส.ค. – ลุ้นวันนี้ (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คุย “ฮุน เซน”
วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือ ทำความเห็นส่วนตน เพื่อส่งให้ประธานศาลศาลรัฐธรรมนูญ จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมแถลง และในเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม
ส่วนความเคลื่อนไหววันนี้ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ถูกศาลสั่งพักงาน” จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตนเอง และเตรียมแถลงข่าวหลังศาลมีคำตัดสิน โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอย เดินทางเข้ามาให้กำลังใจ
จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย จะเข้าให้กำลังใจนายกฯ ไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธาร มอบหมายให้ตัวแทนไปรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาล
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่ติดตามเรื่องนี้ ที่สื่อหลายสำนักรายงานออกมาตรงกันคือ
10.00 น. พรรคภูมิใจไทยจัดประชุมภายใน ตั้งวอร์รูมเกาะติดการอ่านคำวินิจฉัย โดยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพรรคที่อาจมีบทบาทหากเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง
15.00 น. พรรคประชาชน นัดประชุม สส. ที่ทำการพรรค และจะมีการแถลงข่าวทันทีหลังทราบผลคำวินิจฉัย สะท้อนจุดยืนและท่าทีการเมืองในอนาคต
15.00 น. คณะรวมพลังแผ่นดินเพื่อปกป้องอธิปไตย นัดแถลงข่าวเช่นกัน เพื่อกำหนดท่าทีและแนวทางเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากศาลมีคำวินิจฉัย
นายกฯ สว. สอบพยานนัดสุดท้าย 21 ส.ค.
คดีนี้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน ยื่นคำร้องผ่านประธานวุฒิสภาขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หรือที่ถูกเรียกขานว่า “คดีคลิปเสียง”
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องไว้พิจารณา และมติ 7 ต่อ 2 ให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 39 คือ 21 ส.ค. นายกฯ หญิงต้องขึ้นเบิกความในฐานะพยานบุคคลที่ศาลเรียกมาไต่สวนเมื่อ และวันนี้ศาลจะมีคำตัดสินในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.
ผลที่ตามมากรณี “รอด” หรือ “ร่วง”
คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความชัดเจนว่านายกฯ คนที่ 31 ที่ถูกสั่ง “พักงาน” มา 2 เดือนพอดี จะกลับมามีอำนาจเต็ม หรือต้องพ้นจากหน้าที่โดยสมบูรณ์
หาก “รอด” จะหวนคืนทำเนียบรัฐบาล เดินหน้าทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายบริหาร โดยเหลือวาระในการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี 9 เดือน หรือถึงเดือน พ.ค. 2570 ตามอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 แต่ถ้า “ร่วง” ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และไม่สามารถรักษาการนายกฯ ได้อีก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 และ รมว.มหาดไทย จะเป็นผู้ “ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ” ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) “แพทองธาร” จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีนายกฯ คนใหม่ และแต่งตั้งฝ่ายบริหารชุดใหม่ นายกฯ คนที่ 32 จะมาจากการลงมติเลือกในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่มีข้อกฎหมายกำหนดว่าต้องเลือกภายในกี่วันนับจากนายกฯ คนเดิมพ้นไป
สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ที่ สส. จะร่วมกันโหวตเลือกเป็นผู้นำคนใหม่ได้ ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคการเมืองที่มี สส. ในสภาฯ ไม่น้อยกว่า 5% หรือมี สส. เกิน 25 เสียง โดยพรรคเพื่อไทยยังมีแคนดิเดตคนสุดท้ายเหลืออยู่อีกคนคือ นายชัยเกษม นิติสิริ
ส่วนบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับการเสนอชื่อชิงเก้าอี้นายกฯ ได้มีอยู่ 4 คน จาก 3 พรรค คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี (ยังไม่เคยลาออกจากบัญชีแคนดิเดตนายกฯ แต่ต้องตีความว่าการเป็นข้าราชการในพระองค์ถือเป็น “ข้าราชการ” หรือ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” หรือไม่ เพราะเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง
ในการโหวตเลือกนายกฯ ต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 247 เสียง จากทั้งหมด 492 เสียง
ช่อง 9 MCOT HD จัดรายการพิเศษ อนาคตการเมืองไทย ดีเดย์ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย ปมคลิปเสียง พบกับ อ.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.นิด้าโพล ร่วมวิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทย ตั้งแต่เวลา 14.45 น.เป็นต้นไป .-สำนักข่าวไทย