ไทยเสนอยกระดับจัดการหมอกควันข้ามแดน

กัมพูชา 6 ธ.ค. – ไทยร่วมกับประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขง ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดน คาดในฤดูแล้งปี 2568 สภาวะความแห้งแล้งจะส่งผลให้ในช่วงนั้นปัญหาหมอกควันรุนแรงขึ้น ที่ประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศเห็นชอบการตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในปี 2569-2573 ฝุ่น PM 2.5 ใน 7 วันข้างหน้า ยังต้องเฝ้าระวังในภาคอีสาน กทม. และปริมณฑล


นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ ที่ประกอบด้วย กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และไทย โดยมีการหารือเกี่ยวกับมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง ครั้งที่ 13 (13th MSC Mekong) คณะผู้แทนไทยประกอบด้วยกรมควบคุมมลพิษ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอาเซียน และกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งยังมีสํานักงานเลขาธิการอาเซียนและผู้แทนจากศูนย์เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียนเข้าร่วมประชุมที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ศูนย์เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาอาเซียน รายงานจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภูมิภาคแม่โขง ปี 2567 ซึ่งลดลงจากปี 2566 ประมาณ 12.5% และคาดการณ์ว่า สภาวะเป็นกลางและลานีญาในช่วงสั้นๆ จะเกิดขึ้นในช่วงธันวาคม 2567 – มีนาคม 2568 ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับปกติจนถึงมากกว่าปกติในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ฤดูแล้งในช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน จะยังส่งผลให้เกิดปัญหาความแห้งแล้งจึงต้องระวังปัญหาหมอกควันรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว


นางสาวปรีญาพร กล่าวว่า ในการพิจารณาการตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนในอนุภูมิภาคแม่โขงภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย (Chiang Rai 2017 Plan of Action) ประเทศไทยได้เสนอให้ที่ประชุมตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนเพิ่มในปี 2569-2573 เพื่อให้สอดคล้องกับโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควันฉบับที่ 2 ซึ่งตั้งเป้าหมายอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2573 โดยที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันในการขยายเป้าหมายการลดจุดความร้อนรายปี จนถึงปี 2573 และจะพิจารณาตัวเลขเป้าหมายรายปีเพื่อเป็นเป้าหมายร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันในอนุภูมิภาคแม่โขงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการประชุม14th MSC Mekong ที่จะจัดขึ้นใน สปป.ลาว ในปี 2568

ประเทศไทยยังคงสนับสนุนการดำเนินงานจัดการปัญหามลพิษทางอากาศกับประเทศสมาชิก และมุ่งมั่นที่จะยกระดับความร่วมมือในอนุภูมิภาคแม่โขงและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้แผนปฎิบัติการเชียงรายในระดับอนุภูมิภาคแม่โขงและแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (2567 – 2573) โดยไทย-สปป.ลาว-เมียนมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในอนุภูมิภาคแม่โขง

ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศ ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศรายงานว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ณ 07.00 น. พบเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.น่าน จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร


สำหรับตรวจวัดตามรายภาคมีดังนี้

  • ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 7.4 – 46.8 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 19.4 – 33.6 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ตรวจวัดได้ 19.2 – 37.3 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 16.2 – 34.7 มคก./ลบ.ม.
    -ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 8.2 – 28.4 มคก./ลบ.ม.
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐาน 8 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 20.8 – 49.4 มคก./ลบ.ม.

คพ. การคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 7 – 13 ธันวาคม 2567
-พื้นที่ กทม. และปริมณฑลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 11-12 ธ.ค. 2567 และยังคงต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่
-17 จังหวัดภาคเหนือดีอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 7 – 13 ธ.ค. 2567 และยังคงต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่
-ภาคตะวันออกมีแนวโน้มลดลงวันที่ 7 – 13 ธ.ค. 2567 และดีมากอย่างต่อเนื่อง
-ภาคใต้ดีมากอย่างต่อเนื่อง

ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK. -512-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

กรมอุตุฯ เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน กระทบ​ 53 จังหวัด​

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน​ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก มีผลกระทบ​ 53 จังหวัด​ ระหว่าง​ 29​ มี.ค.-1 เม.ย.68​

ช่วยผู้รอดชีวิตรายแรก เหตุตึก สตง.แห่งใหม่ ถล่ม

กทม. 28 มี.ค. – ช่วยได้แล้ว 1 ราย ผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร สตง.แห่งใหม่ พังถล่ม เป็นคนงานที่ติดอยู่ในช่องลิฟต์ เร่งนำส่ง รพ. อัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ เวลา 19.25 น. เพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย สูญหาย 117 ราย .-สำนักข่าวไทย

ระดมค้นหา 94 ชีวิต เหตุตึกถล่มย่านจตุจักร

เกาะติดเหตุอาคาร สตง.แห่งใหม่ พังถล่มจากแผ่นดินไหว จนท.ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ตัวเลข ปภ. คาดมีคนงานติดอยู่ในซาก 94 ราย ยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ยืนยันผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 ราย ด้านนายกฯ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ก่อนเดินทางไปยังศูนย์บัญชาการแผ่นดินไหว กทม.

กรมอุตุฯ เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก เขย่าแล้ว 21 ครั้ง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานอาฟเตอร์ช็อกแล้ว 21 ครั้ง นักวิชาการระบุ พลังงานของแผ่นดินไหวลดลงตามลำดับ แต่ที่น่าห่วงคือ โครงสร้างของอาคารต่างๆ โดยเฉพาะอาคารสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง