fbpx

บอร์ดยานยนต์ประชุมพรุ่งนี้ปรับแผนหนุนอีวี


กรุงเทพฯ 23 มี.ค.- บอร์ดยานยนต์ประชุมพรุ่งนี้ ปรับแผนเตรียมพร้อมประกาศขายอีวี 100 เปอร์เซนต์ในอนาคตรัเทรนด์โลก ลดปลดปล่อยคาร์บอนฯเป็นศูนย์ พร้อมปรับแผนพลังงานชาติ เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนให้สูงขึ้น


นายกวิน ทังสุพานิช เลขานุการรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการยานยนต์แห่งชาติ ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานเป็นประธาน ที่ประชุมจะมีการหารือเรื่องการกำหนดปีที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี 100 เปอร์เซนต์ว่าจะเป็นปีใดในอนาคต เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับทิศทางโลกที่มุ่งไปสู่อีวี ซึ่งเป็นส่วนในแผนของทั่วโลกที่กำหนดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ ซึ่งประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมทุกด้วนในแง่ ไฟฟ้าต้องเพียงพอ บนเชื้อเพลิงพลังงานสะอาด

ดังนั้น โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน จะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในแผนพลังงานชาติที่กำลังปรับปรุงใหม่ จะต้องปรับระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกันฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยก็ต้องมีการสนับสนุนให้เกิดการปรับตัวรองรับ


นอกจากนี้ การมาของอีวี ก็จะมีผลไปยังการน้ำมัน ภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่เป็นรายได้คลังจะลดไปด้วย กระทบไปยังโรงกลั่นน้ำมัน พืชพลังงาน ไบโอดีเซล เอทานอล ก็เป็นโจทย์ที่ต้องคิด ร่วม เช่น การปรับไบโอดีเซลไปสู่น้ำมันอากาศยานหรือเจ็ทได้หรือไม่ รวมไปถึงการปรับไปสู่เวชสำอางก์ การสร้างความต้องการใหม่ของ โรงกลั่นและปิโตรเคมี ที่ต้องวางแผนไปผลิดปิโตรเคมีทดแทนการผลิตน้ำมัน ดังนั้น รัฐบาลจึงวางแผนไปสู่ปิโตรเคมีเฟส 4 ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินควรเกิดหรือไม่ นั้นก็ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตัวเห็นว่าควรยกเลิกจะดีกว่า

“แผนพลังงานชาติ ตอบโจทย์กระแสโลกที่มุ่งลดภาวะโลกร้อนโ ดยการกำหนดจุดยืนของไทยถึงแนวทางลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)ที่เข้มข้นเพื่อก้าวสู่การปล่อยสุทธิเป็นศูนย์(Carbon Neutral) เป็นแผนสมบูรณ์ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี 2565-256 และแผนนี้จะชัดเจน ก่อนที่ไทยจะเข้าร่วมประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติปี 2564 หรือ COP26 ระหว่าง1-12พ.ย.64ซึ่งสหราชอาณาจักรและอิตาลีจะเป็นเจ้าภาพร่วม” นายกวินกล่าว

นายกวินกล่าวด้วยว่า หากไทยไม่ประกาศจุดยืนดังกล่าวอาจกระทบต่อการส่งออกและการเข้ามาลงทุนของต่างประเทศ(FDI) ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้เนื่องมาตรการลด CO2 เริ่มกลายเป็นประเด็นกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่มิใช่ภาษี(NTB) เช่น สหภาพยุโรป(อียู) กำหนด Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ซึ่งเป็นมาตรการ เก็บภาษีคาร์บอนต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่มีมาตรฐานการลดปริมาณคาร์บอนที่ต่ำกว่าอียูที่จะเริ่มในบางสินค้าก่อนคาดจะประกาศปี 2566 เป็นต้น


นายองอาจ พงศ์กิจวรสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในแผนงานของรัฐบาลก็ควรจะมองด้วยว่า ฐานผลิตรถยนต์สันดาปในปัจจุบันที่มีกำลังผลิตรวม 3 ล้านคัน/ปี มีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และจ้างงานเป็นจำนวนมาก ควรจะได้รับการสนับสนุนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่อีวีอย่างไร ซึ่งในขั้นต้น คาดว่า อีวีน่าจะนำมาส่งเสริมหลักใน วินมอเตอร์ไซด์ รถบัสอีวี เช่น ขสมก.ก่อน เพื่อลดมลพิษ -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบแล้ว เก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยาผู้กำกับ หายไป 5 วัน รถพุ่งจมคลอง

พบแล้ว รถเก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยา ผกก.หายไป 5 วัน พุ่งจมคลองมะขามเตี้ย จุดสะพานบางใหญ่ จ.สุราษฎร์ธานี ระดมกู้นานกว่า 3 ชม.

แม่หมูแสนรู้ พาฝูงข้ามถนนไปกินหญ้า

พาไปที่ตรัง ชาวบ้านต่างชื่นชมแม่หมูพันธุ์ผสม (หมูป่าผสมกับหมูบ้าน) เพราะทุกวันแม่หมูตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นจ่าฝูง พาฝูงหมูเดินข้ามถนนไปกินหญ้า

ฉุนถูกแฟนหนุ่มด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านตลาดสี่มุมเมือง

ฝ่ายหญิงเหลืออด ถูกแฟนหนุ่มที่คบหาอยู่กินกันมา 4 ปี ด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านขายถุงพลาสติกตลาดสี่มุมเมือง

ข่าวแนะนำ

อดีตผู้ว่าการ ธปท.ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง

อดีตผู้ว่าการ ธปท. ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง เผย 5 ปี คอร์รัปชันพุ่ง ความเหลื่อมล้ำรอบด้าน ทั้ง “เศรษฐกิจ-โอกาส-การศึกษา” นำไปสู่ความแตกแยก ขณะที่ผู้จัดการ ตลท. ชี้ประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล หรือ ESG กำลังเป็นความปกติใหม่ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันให้เกิดความยั่งยืน

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้