fbpx

กสส. เผยจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ช่วยสมาชิกทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ 18 ก.ย. – กรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุ ปี 2563 จัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 3,900 ล้านบาท ทั้งให้สหกรณ์กู้ยืมไปต่อยอดธุรกิจและส่งเสริมอาชีพสมาชิกเพื่อสร้างรายได้ในช่วงประสบภัยพิบัติต่างๆ



นายศักดิ์ชัย ไชยพุทธ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงข้อมูลในการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ในปี 2563 ว่า กพส. มีทุนดำเนินงาน (ข้อมูลวันที่ 31 ส.ค. 2563) 6,238.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในรูปลูกหนี้เงินกู้ 4,732.80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 75.87 โดยในปีงบประมาณพ.ศ. 2563 กพส. จัดสรรวงเงินกู้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สหกรณ์กู้ยืมหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 3,900 ล้านบาท แบ่งเป็น การให้กู้ยืมในโครงการปกติ อัตราดอกเบี้ยตามชั้นลูกหนี้ กพส. วงเงิน 2,190 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์กู้ยืมไปเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย รวบรวมผลผลิต หรือลงทุนในทรัพย์สิน และเงินกู้ยืมในโครงการพิเศษ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0-1 วงเงิน 1,710 ล้านบาท เพื่อดำเนินการภายใต้นโยบายภาครัฐเช่น การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนของสหกรณ์ การส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบสาธารณภัยทั้งภัยแล้งและอุทกภัย


นอกจากนี้ยังมีเงินกู้เพื่อการปรับเปลี่ยนการเกษตรตามแผนที่ Agri-Map ในนิคมสหกรณ์ การผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ดีแก่เกษตรกรในสถาบันเกษตรกร การปลูกข้าวโพดหลังนาผ่านระบบสหกรณ์ การบริหารจัดการธุรกิจรวบรวมผลไม้และกาแฟในสถาบันเกษตรกร ฟื้นฟูการใช้อุปกรณ์การตลาดตามโครงการ ASPL เป็นต้น



สำหรับ กพส. ยังมีแนวทางจัดสรรเงินกู้ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ซึ่งประสบสาธารณภัย รวมถึงช่วยบรรเทาผลกระทบของแพร่ระบาด โดยสนับสนุนทั้งในการจัดหาแหล่งน้ำและการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ อย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2562 – 2563 รวม 7 โครงการ รวม 2,111.34 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการจัดหาแหล่งน้ำให้สมาชิกสหกรณ์ วงเงิน 365.55 ล้านบาท โครงการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง วงเงิน 484.23 ล้านบาท โครงการสนับสนุนเงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 วงเงิน 98.71 ล้านบาท โครงการสนับสนุนเงินกู้สมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุน เริ่มเดือนกันยายน 2562 วงเงิน 37.06 ล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ วงเงิน 481.54 ล้านบาท โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์ อาทิ การปลูกพืชผสมผสาน การสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนา วงเงิน 430 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง วงเงิน 255 ล้านบาท


ทั้งนี้ ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กพส. มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ โดยได้พิจารณาอนุมัติขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ให้สหกรณ์ที่เป็นลูกหนี้ กพส. ซึ่งได้กู้ยืมเพื่อนำไปให้สมาชิกกู้ รวมทั้งเพื่อจัดหาสินค้ามาจำหน่าย จำนวน 168 สหกรณ์ 201 สัญญา เป็นเงิน 408.81 ล้านบาท มีสมาชิกได้ประโยชน์กว่า 22,891 ราย


กพส. ยังมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาของลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ โดยทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา 5 แห่งได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีวิชัย เพื่อให้ทุนการศึกษาเข้าเรียนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อจบการศึกษาแล้ว ต้องกลับมาทำงานในสหกรณ์ที่บิดามารดาเป็นสมาชิก
อีกโครงการที่สำคัญคือ โครงการจัดสรรเงินกู้เพื่อสนับสนุนการผลิตหลักนำทางและแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตของสหกรณ์ วงเงิน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการรวบรวมและแปรรูป รวมทั้งการลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยกำหนดให้สหกรณ์ละไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลาให้กู้ไม่เกิน 3 ปี เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำและเพิ่มมูลค่าผลผลิตยางพารา


ด้านผลการอนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้ กพส. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (ข้อมูลวันที่ 10 กันยายน 2563) จำนวน 3,428.30 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 87.91 ของกรอบวงเงิน เป็นโครงการปกติ 1,928.44 ล้านบาท และโครงการพิเศษ 1,499.86 ล้านบาท ภายในเดือนกันยายนนี้คาดว่า จะมีการเบิกจ่ายอีกไม่น้อยกว่า 317 ล้านบาท คาดว่า สิ้นปีงบประมาณาจะมีผลเบิกจ่ายได้ไม่น้อยกว่า 3,745 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 96 ของกรอบวงเงิน

นโยบายของกพส. มุ่งหวังให้สหกรณ์ได้นำไปพัฒนากิจการให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิก ซึ่งจากการติดตามประเมินผลประโยชน์ที่สหกรณ์และสมาชิกได้รับจากการให้เงินกู้ดังกล่าว ทำให้สหกรณ์มีปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น 28,923.96 ล้านบาท สามารถลดต้นทุนจากการดำเนินงานได้ 266.13 ล้านบาท ส่งผลต่อสมาชิกได้รับบริการ 455,259 ราย สามารถลดต้นทุนในการประกอบอาชีพได้ 167.60 ล้านบาท และเพิ่มรายได้จากประกอบอาชีพ 84.09 ล้านบาท . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สลด! กระเช้าขึ้นยอดควน สลิงขาด ดับ 2 เจ็บ 3

สลิงกระเช้าขึ้นยอดควน วัดอุทัยธรรมาราม อ.เมือง จ.พัทลุง ขาด มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นหญิงอายุ 73 ปี และ 83 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน

เลขาฯ สมช. ขอให้รอ สธ. เคาะเพิ่มมาตรการอีก 1-2 วัน

เลขาฯ สมช. ขอให้รอ สธ. เคาะเพิ่มมาตรการในอีก 1-2 วัน หลังยอดผู้ติดเชื้อทะลุพันแล้ว คาดยกระดับพื้นที่เสี่ยง อาจลดเวลาเปิดปิด ร้านอาหาร-ห้างสรรพสินค้า

ตะลึงราคา! กล้วยด่าง หน่อเกือบ 20,000

เห็นแล้วอึ้ง ตลึงราคา เพาะพันธุ์หน่อกล้วยด่างขายช่วงโควิด กระแสตอบรับดี ราคาพุ่งหน่อละ 18,000 บาท โกยรายได้เดือนละหลายแสน

ศูนย์การค้า-ห้างฯ ทั่วประเทศ ปิด 21.00 น. เริ่มพรุ่งนี้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ยกระดับคุมเข้มโควิด-19 เลื่อนปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ 21.00 น. ทุกวัน เริ่มพรุ่งนี้

ข่าวแนะนำ

เตรียมจ่ายสินไหมทดแทนเหยื่อไฟไหม้รถทัวร์เสียชีวิต คนละ 1.1 ล้าน

ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุรถทัวร์โดยสารสายอุดรธานี-กรุงเทพฯ ไฟไหม้ ต่างไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น ขณะที่ คปภ.ประสานบริษัทประกันภัยเตรียมจ่ายสินไหมทดแทนผู้เสียชีวิตคนละ 1.1 ล้านบาท

ติดโควิดไอเป็นเลือด ประสานวันที่ 8 เพิ่งมารับวันนี้

ครอบครัวติดโควิดทั้งบ้าน ร้องผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม ให้เข้าช่วยเหลือ หลังมีอาการป่วยหนัก เจ็บปอดรุนแรง

ศูนย์การค้า-ห้างฯ ทั่วประเทศ ปิด 21.00 น. เริ่มพรุ่งนี้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ยกระดับคุมเข้มโควิด-19 เลื่อนปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ 21.00 น. ทุกวัน เริ่มพรุ่งนี้

สธ.ยันเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด กทม.-ปริมณฑล เพียงพอ

สธ.ยืนยันเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเพียงพอ วอนอย่าเพิ่งเรียกร้องห้องพิเศษ ขอให้นำตัวเข้ามารักษาในระบบก่อนจะดีที่สุด