กรุงเทพฯ 5 เม.ย.-สิ้นสุดความสับสนสหรัฐปรับเอกสารทางการจากขึ้น Reciprocal Tariffs ไทยจาก37%เหลือ36%
นักวิเคราะห์ประเมินผลสหรัฐขึ้นภาษีไทยจะให้เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 1-2% จีดีพีไทยปี68อาจโตไม่ถึง2%
ล่าสุดสภาาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยระบุไทยจะสูญรายได้กว่า 8 -9 แสนล้านบาท ด้านทางการจีนตอบโต้ประกาศเรียกเก็บภาษี 34% ต่อสินค้านำเข้าทั้งหมดที่มาจากสหรัฐ เริ่ม 10 เม.ย.68 หุ้นโลกและหุ้นไทยร่วงหนัก นักวิเคราะห์ชี้ว่าคนอเมริกันได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอย ในขณะที่ท่าทีไทยคือการเจรจาหวังให้สหรัฐลดภาษีตามประกาศของ EO ชวนดูสาระสำคัญประกาศของสหรัฐ
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 68 ปธน. ทรัมป์ลงนามประกาศคำสั่ง EO ( Executive Order)กำหนดภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) โดยอาศัยอำนาจภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act of 1977 (IEEPA)
สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1.Baseline Tariff: จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการจากทุกประเทศในอัตราร้อยละ 10 โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย. 68
2.Individualized Reciprocal Higher Tariff: จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการเป็นรายประเทศ สำหรับประเทศที่สหรัฐฯ มีการขาดดุลการค้าด้วยสูง โดยไทยถูกกำหนดภาษีในอัตราร้อยละ 36 โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. 68
3.สินค้าที่ไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการ Reciprocal Tariffs นี้:
(1) สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรา 232
อยู่แล้ว ได้แก่ เหล็ก/อลูมิเนียม
และรถยนต์/ชิ้นส่วนรถยนต์
(2) สินค้าที่ระบุไว้ในเอกสาร Annex II ของ EO ครอบคลุมทองแดง ผลิตภัณฑ์ยา เซมิคอนดักเตอร์ ไม้แปรรูป แร่ที่มีความสำคัญ และพลังงาน และ
(3) สินค้าอื่น ๆ ที่อาจถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้มาตรา 232 ในอนาคต
4.USMCA – อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก (ร้อยละ 25 สำหรับสินค้าทุกรายการ/ร้อยละ 10 สำหรับพลังงานและ โพแทช) จะยังคงเป็นไปตามคำสั่ง EO เรื่องปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย/ยาเฟนทานิล โดยสินค้าที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขและเกณฑ์ข้อกำหนดที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีภายใต้ความตกลง USMCA จะไม่ถูกจัดเก็บภาษีนำเข้า ทั้งนี้ ในกรณีที่คำสั่ง EO ดังกล่าวถูกยกเลิก สินค้าที่ไม่เข้าข่ายเงื่อนไขและเกณฑ์ข้อกำหนดตามความตกลง USMCA จะถูกจัดเก็บภาษีต่างตอบแทนในอัตราร้อยละ 12
5.Duty-free de minimis: สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 เหรียญสหรัฐฯ จะยังได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามข้อกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ (duty-free de minimis treatment) ต่อไป
6.การปรับแก้การบังคับใช้มาตรการภายใต้คำสั่งนี้
(1) กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ
ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ผู้ช่วยปธน.ด้านนโยบายเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคงแห่งชาติ และที่ปรึกษาอาวุโสด้านการค้าและการผลิต จะต้องเสนอแนะแนวทางในการใช้มาตรการเพิ่มเติม หากการบังคับใช้มาตรการนี้ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้ารวม แม้ได้มีการขยายขอบเขตการใช้มาตรการกำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทนจากคู่ค้าทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติสหรัฐฯ
(2) หากประเทศคู่ค้าใดใช้มาตรการตอบโต้ (Retaliate) สหรัฐฯ โดยการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ รวมถึงการใช้มาตรการอื่น ๆ ปธน. อาจพิจารณาเพิ่มหรือขยายขอบเขตการจัดเก็บภาษีภายใต้คำสั่งนี้ เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
(3) หากประเทศคู่ค้าใดดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญ (Take significant steps to remedy) เพื่อแก้ไขและเยียวยาการค้าที่ไม่เป็นการต่างตอบแทน รวมถึงให้สอดคล้องกับแนวทางของสหรัฐฯ ในด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ปธน. อาจพิจารณาปรับลด (Decrease) หรือจำกัด (Limit) ขอบเขตภาษีที่จัดเก็บภายใต้คำสั่งนี้
(4) หากศักยภาพในด้านกำลังการผลิต รวมถึงผลผลิตของสหรัฐฯ ยังคงแย่ลง (Worsen) ปธน. อาจพิจารณาเพิ่มอัตราภาษีภายใต้คำสั่งนี้.-511.-สำนักข่าวไทย