“ทนายเดชา” ยืนยันทุกคนต้องได้รับโทษ

กรุงเทพฯ 3 เม.ย. – “ทนายเดชา” ยืนยันทุกคนบนเรือสปีดโบ๊ทต้องได้รับโทษ เพราะต่างคนต่างประมาท โทษสูงสุดจำคุก 10 ปี


นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีแตงโม ว่าสุดท้ายเเล้วจะได้รับโทษทุกคน เพราะต่างคนต่างประมาท โทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ยืนยันว่าทั้ง 5 คนที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ทลำเดียวกับแตงโมจะถูกดำเนินคดีทุกคน และอาจมีข่าวว่าคนบนเรืออีก 2 คนที่เหลือจะถูกดำเนินคดีเพิ่มในข้อหาให้การเท็จ และทำลายพยานหลักฐาน เพราะอยู่ในเรือลำเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่โยนแก้ว โยนขวด แต่นั่งอยู่ด้วยในเรือ พร้อมช่วยเหลือแต่ไม่ห้ามปราม รู้เห็นเป็นใจก็ถือว่าเป็นตัวการร่วม

ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้า พนักงานสอบสวนอาจจะประสานให้ชุดทนายความ 3 กลุ่มที่นายปอและโรเบิร์ต เข้าไปพูดคุยหารือด้านข้อกฎหมายมาให้ปากคำ ก่อนจะมีการดำเนินคดีกับกุนซือวางแผนเขียนสคริปต์ จะทำผิดกฎหมาย 3 อย่าง คือ วางแผนให้กลุ่มผู้ต้องหามาพบตำรวจช้า เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์และยาเสพติดในร่างกายหมดไป นำทั้ง 5 คนมานั่งพร้อมกันและซ้อมให้การ เป็นการเตรียมเพื่อให้พูดตรงกัน ซึ่งในข้อเท็จจริงบางอย่างตำรวจมีข้อมูลในทางลับว่าเป็นการเตี๊ยมให้บิดเบือนความเป็นจริง ให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งจะถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเป็นผู้จ้างวานใช้ให้ผู้อื่นแจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญา ผิดไปจากข้อเท็จจริงต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 มีโทษจำคุก 2 ปี และจ้างวานใช้ให้ทำลายพยานหลักฐาน เพื่อช่วยหลือบุคคลอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 มีโทษจำคุก 5 ปี


ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่จะโดนแจ้งความดำเนินคดีคือ กลุ่มสร้างทำคลิปปลอมที่เป็นเท็จออกมาเผยแพร่ ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด เช่น กรณีที่นายอัจฉริยะมีการตั้งข้อสังเกตว่าแตงโมตกจากหัวเรือ ยืนยันว่าข้อมูลของนายอัจฉริยะไม่เป็นความจริง แตงโมไม่ได้ตกจากหัวเรือ

อย่างไรก็ตาม หลังพนักงานสอบสวนมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับปอ และโรเบิร์ต รวมถึงมีการออกหมายจับแซน จากการพูดคุยกับคุณแม่ของแตงโม มีความพอใจในการทำงานของพนักงานสอบสวน รวมถึงการชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แต่ยังจะไม่มีการทำพิธีฌาปนกิจศพของแตงโม ขอรอจนกว่ามีการสรุปสำนวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่