เจรจาชายคลั่งถือดาบ ราดน้ำมันขู่จุดไฟเผาตัวเอง

กรุงเทพฯ 12 มี.ค. – หนุ่มใหญ่จิตตกเมียหอบลูกหนี จึงคลุ้มคลั่งคว้ามีดดาบ ราดน้ำมันขู่จุดไฟเผาตัวเองและแผงขายของ ย่านสมเด็จเจ้าพระยา


เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา กำลังตำรวจ สน.บุปผาราม พร้อมอาสาสมัคร เข้าตรวจสอบภายในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 5 เขตคลองสาน หลังมีชายคลุ้มคลั่งถือมีดดาบอาละวาด ขู่ชาวบ้านว่าจะเผาแผงขายของ ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านเลขที่ 115 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 5 พบชายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ในมือถือมีดดาบยาว 80 ซม. กวัดแกว่งไปมา สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว ชาวบ้านเรียกกันว่า พ่อฮอลล์ อายุประมาณ 40-45 ปี มีอาการเครียด พูดจาไม่รู้เรื่อง โวยวาย ต่อมาได้นำน้ำมันเบนซินที่เตรียมใส่แกลลอน 5 ลิตร ไปราดแผงขายรองเท้าของตนเอง ที่เหลือก็นำมาราดใส่ตัวเอง แต่ขณะเตรียมจะจุดไฟ เจ้าหน้าที่ก็เตรียมเข้าชาร์จ เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นท่าไม่ดี จึงหลบหนีเข้าไปในบ้านทรงไทยโบราณ อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นบ้านที่เขารับจ้างดูแลและพักอาศัยอยู่ด้วย โดยปีนเข้าไปทางประตูรั้วหน้าบ้าน และปล่อยสุนัข

ชาวบ้านบอกว่า ภายในบ้านหลังนี้มีสุนัขอยู่ 5-6 ตัว ดุร้าย ตัวใหญ่ จึงไม่กล้าเข้าไป เจ้าหน้าที่พยายามยืนเจรจาอยู่ด้านนอกรั้วบ้านอยู่นาน จนผู้ก่อเหตุเครียด และได้ปาขวดน้ำพลาสติกลงมาที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ แต่เคราะห์ดีที่ไม่โดนใคร


ต่อมาชายคนดังกล่าวยื่นข้อเรียกร้อง อยากเจอกับนายธารทิพย์ เพ็ญโรจน์ อายุ 55 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นนายจ้าง เมื่อเจ้าของบ้านมาถึง ชายคนดังกล่าวร้องขอให้เจ้าหน้าที่ส่งกุญแจมือให้เจ้าของบ้าน แล้วปล่อยให้เจ้าของบ้านเดินเข้ามา โดยจะมอบตัวกับเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงทำตามคำร้องขอ แต่มีข้อแม้ว่าต้องทิ้งมีด เพราะเกรงว่าเจ้าของบ้านจะได้รับอันตราย และเมื่อเจ้าของบ้านเข้าไปในบ้าน ชายคนดังกล่าวได้กระโดดจากชั้น 2 เข้ามอบตัวกับเจ้านายของตนเอง จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บุปผาราม

สอบถามเพื่อนบ้าน กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุอยู่บ้านหลังนี้มานานแล้ว ในฐานะคนดูแลบ้าน สาเหตุเกิดจากภรรยาของเขาหอบลูกหนีไป จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ไม่คิดว่าจะก่อเหตุ เลยโทรแจ้งตำรวจ และพยายามช่วยเกลี้ยกล่อม

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตั้งข้อหาใดกับผู้ก่อเหตุ อยู่ระหว่างสอบถามถึงความเป็นมาของเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนแรงจูงใจน่าจะมาจากแรงกดดันเรื่องครอบครัว. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า