fbpx

อุทธรณ์ประหารชีวิต”ไซซะนะ” พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว

กทม.20 ส.ค.- ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิต   “ไซซะนะ”  พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว พร้อมพวกอีกราย แต่คำให้การเป็นประโยชน์  ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต


 วันที่ 20 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.2833/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี (XAY SANA KEOPIMPHA) สัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว), นายชุมพร พนมไพร อายุ 45 ปี และนายรัชพล หรือกิมเล้ง รัฐสพลพกรณ์ อายุ 33 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และมียาบ้า ซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91

 อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.- 16 ก.ย. 2558 จำเลยที่ 1-2 กับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการเครือข่ายยาเสพติด โดยจำเลยที่ 1 กับพวกที่อยู่ใน สปป.ลาว ร่วมกันจัดหาเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า และจัดหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการลักลอบขนส่งลำเลียงยาเสพติดและจัดหารถยนต์สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 2,381,400 เม็ด ไปส่งให้กับเครือข่ายทางภาคใต้ของไทย และมาเลเซีย และระหว่างวันที่ 17 – 22 ส.ค. 2559 จำเลยทั้งสาม ยังร่วมกันสมคบกันลักลอบส่งยาบ้าอีกจำนวน 1 ล้านเม็ด ส่งให้เครือข่ายทางภาคใต้โดยติดต่อกับนายไซนุเด็ง มะ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้ทำหน้าที่ธุรกรรมการเงินรับโอนเงินค่ายาเสพติดจากนายไซนุเด็งหลายครั้งหลายหน จำนวน 144 ล้านบาท ไปส่งมอบให้เพื่อนของจำเลยที่ 1 ที่ สปป.ลาว อันเป็นการกระทำเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมพวกจำเลยได้พร้อมของกลางหลายรายการทั้งยาเสพติด , รถกระบะที่ใช้กระทำผิด , โทรศัพท์มือถือ เหตุเกิดที่ สปป.ลาว , จ.นครพนม , จ.อุดรธานี , จ.สงขลา และอีกหลายพื้นที่เกี่ยวพันกัน


ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 1-2 ไม่ได้รับการประกันตัว โดยถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วนจำเลยที่ 3 ได้รับการปล่อยตัว   หลังศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง   ซึ่งวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-2 มาจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วนจำเลยที่ 3 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับมารดา

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ให้ประหารชีวิต นายไซซะนะ และนายชุมพร จำเลยที่ 1-2 แต่คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความบางส่วนของจำเลยที่ 1-2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1-2 ไว้ตลอดชีวิต และให้นับโทษนายไซซะนะต่อจากยาบ้าคดีแรกจำนวน 1.2 ล้านเม็ด ที่ศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตไปแล้วด้วย โดยพิพากษายกฟ้อง นายรัชพล จำเลยที่ 3 ต่อมาอัยการโจทก์ จำเลยที่ 1, 2 ยื่นอุทธรณ์

ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วพิพากษาแก้ว่า ประหารชีวิตจำเลยที่ 1 แต่คำให้การชั้นสอบสวนของ นายไซซะนะ มีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ยังจำคุกตลอดชีวิตตามศาลชั้นต้น   ขณะที่จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอ  ที่จะพิพากษาลงโทษได้ ให้ยกฟ้องยืนตามศาลล่าง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายไซซะนะ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2562 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาคดี อย.1642/2560 ให้ประหารชีวิต “นายไซซะนะ” ฐานนำเข้ายาบ้า จำนวน 1.2 ล้านเม็ด เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตอีกคดีด้วย. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบเชื้อโควิดกลายพันธุ์บราซิล ต้านวัคซีนได้

บราซิลพบเชื้อโควิด-19 พี 1 กลายพันธุ์ พัฒนาตัวเอง จนเกิดการต้านวัคซีน ทั้งยังติดง่ายกว่าเชื้อโควิดธรรมดาถึง 2.5 เท่า

ช้างเหยียบนักท่องเที่ยวดับ ขณะให้อาหาร

สลด! ชายวัย 53 ปี ขับรถมาเห็นช้าง ลงไปให้อาหารเพียงลำพัง แต่โดนช้างใช้งวงฟาดจนสลบ เหวี่ยงร่างไปมาและใช้ขาหน้าเหยียบจนเสียชีวิต

สธ.เคาะพื้นที่สีแดง 18 จังหวัด ชงห้ามร้านอาหารขายสุรา

สธ.เคาะพื้นที่สีแดง 18 จังหวัด สีส้ม 59 จังหวัด เตรียมชงเพิ่มมาตรการ ศบค.ชุดใหญ่ พรุ่งนี้ ปิดผับบาร์สถานบันเทิงต่อ ห้ามร้านอาหารขายสุราเด็ดขาด “อนุทิน” ชี้ยังไม่ใช่ล็อกดาวน์-ควบคุมเข้าออก

ข่าวแนะนำ

กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน ไทยตอนบน

กรมอุตุฯ เตือนรับมือพายุฤดูร้อน ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีฟ้าผ่ากับฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

นายกฯ ลั่นไม่เคอร์ฟิว-ไม่ล็อกดาวน์ ยกระดับคุมโควิดทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ศบค. ยกระดับมาตรการคุมโควิด-19 ทั่วประเทศ ยืนยันยังไม่เคอร์ฟิว ไม่ล็อกดาวน์ แต่ให้ปิดสถานบันเทิง และงดจำหน่าย/ดื่มสุราในร้านอาหารทั่วประเทศ ปรับเวลาการเปิด-ปิดร้านอาหาร