fbpx

“ศักดิ์สยาม” ยันงบปี 66 ก.คมนาคมให้ความสำคัญกับประชาชน

กรุงเทพฯ 3 มิ.ย.- รมว.คมนาคม ยืนยันการขอจัดสรรงบประมาณปี 2566 ของกระทรวงคมนาคม ดำเนินภายใต้ 4 กรอบ ยึดประชาชนเป็นอันดับแรกสอดคล้องกับการกระจายตัวของประชากรในแต่ละภูมิภาค เกิดโครงข่ายคมนาคมสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย การจัดสรรงบประมาณตามประเภทถนนระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น และใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีและจะจัดสร้างใหม่ สร้างรายได้เข้าประเทศ


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของ สภาผู้แทนราษฎร วาระ 1 และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ในส่วนนี้ต้องขอขอบคุณผู้แทนราษฎรทุกท่าน โดยมีประเด็นที่กระทรวงคมนาคมขอชี้แจงเพิ่มเติม คือ ในการจัดทำงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญกับประชาชน เป็นลำดับแรก เพื่อตอบสนองความต้องการในการแก้ปัญหาทั้งในอดีตและปัจจุบันรวมไปถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มความขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต โดยมีข้อมูลสำคัญ คือ

  1. การกระจายตัวของงบประมาณ ของกระทรวงคมนาคมประจำปี 2566 พบว่างบประมาณภาพรวมในทุกมิติของรูปแบบการคมนาคมขนส่งทั้งถนน ราง น้ำ อากาศ ได้รับจัดสรรลงในพื้นที่ มีการกระจายตัวครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เช่น ด้านการขนส่งทางถนน การกระจายตัวของงบประมาณสอดคล้องกับการกระจายตัวของประชากรในแต่ละภูมิภาค โดยภาคกลางมีการจัดสรรงบประมาณสูงสุด ประมาณ ร้อยละ 32.3 เนื่องจาก ภาคกลางมีประชากรอยู่ประมาณ ร้อยละ 30 ของทั้งประเทศ ส่วนภาคเหนือมีการจัดสรรงบประมาณเพียง ร้อยละ 9.94 ของทั้งประเทศ เพราะมีประชากร ร้อยละ 9.55 ของประเทศ เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงคมนาคมสอดคล้องกับความจำเป็นที่ต้องใช้ และความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง
  2. ผลงานจากการใช้จ่ายงบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพี่น้องประชาชน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคู่ขนานกัน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำและทางอากาศ เพื่อให้เกิดโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ในประเทศไทย ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งแต่ละโครงการมีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก ขณะที่หลายโครงการ เป็นการลงทุนต่อเนื่อง ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะลงทุนในอนาคต ทั้งแผนระยะกลางและแผนระยะยาว
  3. การบริหารจัดการถนนระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น โครงข่ายถนนในประเทศไทยกว่า 700,000 กว่ากิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ประมาณ 100,000 กิโลเมตร โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ คือ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และอีกกว่า 600,000 กิโลเมตรนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยกรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณตามมาตรฐานของถนนแต่ละประเภท โดยขึ้นอยู่กับปริมาณจราจร และการรับน้ำหนักบรรทุก ซึ่งถนนมาตรฐานสูง เช่น มอเตอร์เวย์ ทางหลวง 4 ช่องจราจร ก็จะใช้งบประมาณในการซ่อมบำรุงที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับถนนท้องถิ่นที่เป็นถนนลูกรังที่ใช้งบประมาณที่น้อยกว่า จึงจะเห็นได้ว่ามาตรฐานชั้นทางที่ต่างกัน การรับปริมาณจราจร และปริมาณรถบรรทุกก็ต่างกัน ทำให้งบประมาณในการซ่อมบำรุงต่อกิโลเมตร จึงแตกต่างกัน
  4. การใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่และที่จะจัดสร้างขึ้นเพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จากนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว กระทรวงคมนาคมได้เตรียมความพร้อม ในทุกมิติของการเดินทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยในปี 2565 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทาง เข้ามาประเทศไทยประมาณ 22 ล้านคน และปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศต่อเดือนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเติบโตขึ้นถึง ร้อยละ 295 ก่อให้เกิดเม็ดเงินที่เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศสูงถึง 326,645 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 565,450 ล้านบาท ในปี 2566 ซึ่งจะทำให้เกิดผลประโยชน์ทวีคูณ ทางเศรษฐกิจถึง 1.34 ล้านล้านบาท .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนกรุงดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 ก.ค.นี้

“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชวนดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 กรกฎาคมนี้ ในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเดิมเรื่องแรก “2499 อันธพาลครองเมือง” ณ ลานคนเมือง

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักบางพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 60%

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฟ้าคะนอง 60% ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

นักตบสาวไทย เผยเป็นไปตามเป้า ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ศึกเนชั่นส์ลีก

วอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2022” สนามที่ 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมชาติไทยประเดิมสนามนัดแรก ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-11, 25-22, 25-17 ทำสถิติชนะเพิ่ม 5 นัด แพ้ 4 นัด

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย