มองต่างมุม กรณี ดีแทค-ทรู

กรุงเทพฯ 23 พ.ย.- ทีดีอาร์ไอติงการควบรวมกิจการระหว่างดีแทค-ทรู กระทบต่อผูบริโภค “เสียประโยชน์” พร้อมชี้ กสทช. มีอำนาจการออกกฎหมายลูกหรือประกาศมาดูแล ในขณะที่เลขาธิการสมาคมโทรคมนาคม ระบุ ต่างชาติหลายประเทศมีผู้ประกอบการน้อยรายเช่นกัน และไม่เกิดปัญหาผูกขาด


กรณี การประกาศเตรียมแผน ควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC)นั้น มีกระแสความห่วงใยเรื่องการแข่งขันการบริหาร สร้างการผูกขาด ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากผู้ให้บริการลดลงในตลาดโทรคมนาคมนั้น มีความเห็นจากนักวิชาการ จาก สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ มองว่า นับเป็นการควบรวมที่เป็นกระทบต่อผู้บริโภค เพราะหากดูการคำนวนดัชนีการกระจุกตัว (HHI ) แล้วเพิ่มขึ้นในระดับอันตรายต่อผู้บริโภค เพิ่มจากก่อนควบรวม เป็นระดับ 5,012 หรือเพิ่มขึ้นถึง 1,353 หน่วย ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแล ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ก็ต้องส่งสัญาณในการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งแม้ว่ากฎหมายของ กขค.ใน ม.4 (4) จะระบุว่าไม่มีอำนาจดูแลเพราะธุรกิจนั้นมีกฎหมายเฉพาะกํากับพิจารณา เรื่องการแข่งขันทางการค้าแล้วก็ตาม ในขณะที่ กฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคม มาตรา21 ก็ระบุว่าให้คณะกรรมการกำหนดมาตรการเฉพาะตามลักษณะการประกอบกิจการโทรคมนาคมมิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างใดอันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการ

ทั้งนี้ กสทช.สามารถออกกฏหมายลูก หรือ ประกาศ กสทช. มาป้องกันการผูกขาด ที่จะกระทบต่อผู้บริโภคได้ กรณี นี้ กสทช. ก็น่าจะออกกฎหมายลูกมาดูแลว่าในลักษณะที่ว่าหากเมื่อผู้ประกอบการรายใด เช่น ดีแทค อยากออกจากตลาดนี้ ก็ควรมีกฏหมายลูกกำหนดห้ามขายหุ้นให้กับรายเดิมที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว และกำหนดกฏระเบียบที่จะให้เกิดรายใหม่ที่สามารถเข้ามาแข่งขันอย่างเป็นธรรม รวมทั้งควรพิจารณาเรื่องการเปิดเสรีโทรคมนาคม


“ไม่ว่าจะเรียกความร่วมมือทางธุรกิจที่เกิดขึ้นว่าอะไร นี่คือการควบรวมกิจการ มีโครงสร้างกึ่งผูกขาดอยู่แล้ว การควบรวมกิจการครั้งนี้จึงค่อนข้างอันตรายต่อการผูกขาดตลาด ผู้ได้รับผลกระทบทางบวกจากเรื่องนี้ คือ ผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท บริษัทคู่แข่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับการควบรวมกิจการแต่มีราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ที่เมื่อควบรวมแล้วจะทำให้เหลือผู้เล่นเพียงสองราย การแข่งขันและตัดราคากันจะน้อยลงไปด้วย ส่วนผู้ได้รับผลด้านลบคือผู้บริโภค และคู่ค้าของผู้ให้บริการที่อาจจะมีอำนาจต่อรองลดลง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่คาดว่าจะได้รับการสนับสนุน การควบรวมจะทำให้ผู้สนับสนุนลดลงไปหนึ่งราย ส่วนรัฐบาล จะได้รับผลกระทบรายได้ลดลง ถ้ามีการประมูลคลื่นความถี่ ผู้เข้าประมูลลดลง รายได้ของรัฐย่อมลดลง ขณะที่ประชาชนจะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อไปทดแทนรายได้ของรัฐที่หายไป ถัดมาคือระบบเศรษฐกิจไทย ผลของการควบรวมกิจการจะทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีต้นทุนสูงขึ้น การประกอบอาชีพ การค้าขายออนไลน์ การเรียนออนไลน์ ฯลฯ จะได้รับผลกระทบทั้งหมด” นายสมเกียรติกล่าว

นายสมเกียรติ กล่าวว่า เมื่อมองถึงตลาดโทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการควบรวมกิจการเกิดขึ้น ตลาดโทรศัพท์มือถือจะกลับไปครั้งที่มีผู้ประกอบการเพียงสองราย ยังไม่มีทรูมูฟ คือย้อนไป 15 ปี หรือย้อนกลับไปที่ปี 2547 ถ้าตลาดย้อนกลับไปเหมือนในอดีต อาจเกิดการปรับตัวของราคาค่าบริการที่สูงขึ้น หรือการเกิดแพคเก็จที่ไม่เกิดประโยชน์กับผู้บริโภค และยิ่งจะกระทบกับการทำธุรกิจ เพราะการทำธุรกิจในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือและลริการไร้สายในการทำธุรกิจ บริการโทรคมนาคมถ้าเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เหลือแค่สองราย จะเกิดผลกระทบอย่างมากกับผู้บริโภค เพราะเป็นกิจการที่มีผู้ประกิจการน้อยราย

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการบริหารและเลขาธิการสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (สทค.) ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวไทย มองว่า หากทรูกับดีแทค ควบรวมกิจการแล้ว ธุรกิจโทรคมนาคมในไทยก็ยังมีผู้ประกอบการ 3 ราย คือ เอไอเอส บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของไทย และบริษัทใหม่ที่ดีแทคและทรู ควบรวมกิจการการ ซึ่งหากมองในต่างประเทศ กิจการนี้หลายประเทศมีผู้ประกอบการ 2-3 ราย และก็เกิดการแข่งขันเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในประเด็นหนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ทั้ง กสทช. และ กขค. ก็ควรเข้ามาดูถึงข้อกำหนดรายละเอียดทั้งหมด .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

“อนุทิน” ปัดติง “เอกนัฏ” กลางวง ครม. แค่บอกให้ตรวจสอบ

“อนุทิน” ปัดติง “เอกนัฏ” กลางที่ประชุม ครม. แจง แค่บอกให้ตรวจสอบ เชื่อ บริษัทได้ตรา มอก.ก่อน “ขิง” รับตำแหน่งเป็น รมว.

“วันนอร์” ของขึ้น! ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่นปมญัตติใครขึ้นก่อน

สภาเดือด “วันนอร์” ของขึ้น! ลุกยืน ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่น เอาญัตติใครขึ้นก่อน เหตุ “อนุสรณ์” เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อน “เท้ง” เรื่องแผ่นดินไหว “ไอติม” ก็เดือด ทุบโต๊ะ แซะรัฐบาล ไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอา “กาสิโน” เข้าทันทีเลย ด้าน “ชัยชนะ” นั่งไม่ติดขอใช้สิทธิพาดพิง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำ “ปกรณ์วุฒิ” โต้กลับ เบรกอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะ “โรม” ลุกโวยปิดไมค์แต่ฝ่ายค้าน สุดท้ายแพ้ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน

ข่าวแนะนำ

นายกฯ แถลงยินดีความสำเร็จประชุมผู้นำบีมสเทค รับรองเอกสาร 6 ฉบับ

นายกฯ แถลงยินดีความสำเร็จการประชุมผู้นำบีมสเทค รับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญ 6 ฉบับ ดันวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 สร้างโอกาสเศรษฐกิจ ยันคนไทยได้ประโยชน์ พร้อมบรรเทาผลกระทบ-ฟื้นฟู ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ขณะที่ กต. ย้ำเชิญผู้นำเมียนมา ตามกฎบัตร ปัดคุยการเมืองภายใน ไร้ถกปมสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้า

ประชุมBIMSTEC

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงเวทีผู้นำ BIMSTEC เปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″

นายกฯ แพทองธาร กล่าวถ้อยแถลง วงประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 เปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ กระชับความร่วมมือสร้างภูมิภาคที่เจริญรุ่งเรืองและเปิดกว้าง พัฒนาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ

DSI เปิดความเชื่อมโยง “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10” พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินี

DSI เปิดความเชื่อมโยงบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด รับงาน 29 โครงการรัฐ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินีอำพรางถือหุ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้