ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าทะลุ 1.6 แสนคัน

กรุงเทพฯ 14 ต.ค. – ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าสะสมทะลุ 160,000 คัน หลายหน่วยงานเร่งความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้า ระบุกระแสนิยมใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะเร็วขึ้น แต่รัฐต้องส่งเสริมผ่านมาตรการภาษี


สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงานและสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จัดพิธีมอบโล่ให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้ารับการสนับสนุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าหรือ Charging Station รวม 68 หน่วยงาน จำนวนหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้ารวม 80 หัวจ่าย โดยมีนายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นผู้มอบโล่ พร้อมจัดสัมมนาปิดโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า

นายกฤษฎา กล่าวว่า จากสถิติของกรมการขนส่งทางบก พบว่าประเทศไทยมีแนวโน้มการขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมามีการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV จำนวน 4,301 คัน และยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบ hybrid และแบบ plug in hybrid รวม 167,767 คัน และสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีจำนวนหัวจ่ายไฟฟ้ารวมกว่า 1,854 หัวจ่าย


ด้านจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภาครัฐตั้งเป้าว่าปี 2579 ประเทศไทยจะมียานยนต์ไฟฟ้ามากถึง 1.2 ล้านคัน แต่เชื่อว่าสถานการณ์โดยรวมจะเกิดขึ้นเร็วกว่าเป้าหมายนี้ เพราะยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ครึ่งปีแรกสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาถึงกว่าเท่าตัว โดยปีที่ผ่านมายอดจดทะเบียน 1,572 คัน ขณะที่ครึ่งปี 2563 มียอดจดทะเบียนถึง 3,076 คัน

ทั้งนี้ จากยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีขึ้นมากและเป้าหมายที่จะให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ หรือ XEV ในสัดส่วนร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2573 น่าจะพิจารณาปรับเป้าหมายได้แล้ว แต่จะต้องมีแนวทางส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น  มาตรการด้านภาษีทั้งภาษีสรรพสามิต นำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ขณะที่สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและหลายหน่วยงานเดินหน้าเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้เพียงพอ พร้อมมาตรการส่งเสริมให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นในต้นทุนการเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าที่ซื้อแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่า ซึ่งราคาที่เหมาะสมประมาณคันละ  1 ล้านบาทต้น ๆ โดยเริ่มจากการนำเข้าของค่ายรถยนต์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ให้สิทธินำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าภาษีร้อยละ 0 ในช่วง 3 ปีแรกก่อนการผลิตในประเทศไทย ส่วนยี่ห้อ MG ภาษีนำเข้าเป็น 0 อยู่แล้ว เพราะใช้สิทธิภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน

นายกฤษฎา กล่าวว่า เพื่อสร้างเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและร่วมมือกับ 11 หน่วยงานเพื่อร่วมพัฒนาโมเดลการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย โดยในอนาคตผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ทุกเครือข่าย รวมถึงการมีระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและ plug in hybrid หรือผู้ที่วางแผนอยากปรับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไร้มลพิษ เกิดความมั่นใจในการเข้าถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าที่กระจายตัวอยู่ในที่สาธารณะได้มากขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในแผนนโยบายที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญและสนับสนุนต่อเนื่องตามแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2555-2579 ปัจจุบันเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางด้านระบบไฟฟ้า สถานีอัดประจุไฟฟ้า และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งยังมีการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะและแผนลดการใช้ไฟฟ้าประชาชนภาคสมัครใจ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ราคาค่าบริการการชาร์จไฟฟ้า การนำเอาไฟฟ้าส่วนเกินมาป้อนให้กับยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ สนพ.ยังได้ศึกษากรณีให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากแบตเตอรี่รถเข้าระบบผลิตไฟฟ้าได้ เพื่อให้ระบบแบตเตอรี่รถสามารถเป็นระบบสำรองไฟฟ้าช่วยเสริมความมั่นคงไฟฟ้าประเทศได้ในอนาคต  ปัจจุบันเทคโนโลยีสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีความก้าวหน้ามากขึ้นยกระดับไปสู่การเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถคำนวณได้ว่าควรใช้ไฟฟ้าช่วงเวลาใด เพื่อให้ได้อัตราค่าชาร์จไม่แพงรวม ถึงแบตเตอรี่สามารถเป็นโรงไฟฟ้าเสมือนโดยให้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถปล่อยประจุไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ใช้ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการนำมาศึกษารูปแบบและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับประเทศต่อไป

สำหรับ 11 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เป็นต้น .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

ภาษีสหรัฐ

นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปแก้ปัญหาภาษีสหรัฐ 8 เม.ย.นี้

“จิรายุ” ระบุฝ่ายค้านบางพรรคน่าจะตกข่าว เพิ่งมาเสนอให้นายกฯ ตั้ง คกก.แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ทั้งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ทรัมป์” ยังไม่ได้รับตำแหน่ง บอก 8 เม.ย.นี้ นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปทั้งหมด ที่ทำเนียบฯ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้