fbpx

ผู้นำอินโดนีเซียจะเยือนยูเครน-รัสเซียสร้างสันติภาพ

จาการ์ตา 26 มิ.ย.- ประธานาธิบดีโจโก วิโดโดของอินโดนีเซียเผยว่า จะใช้ภารกิจเยือนยูเครนและรัสเซียเพื่อสร้างสันติภาพขอให้ผู้นำทั้งสองประเทศเปิดโอกาสให้มีการเจรจา และจะขอให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียสั่งให้หยุดยิงทันที ประธานาธิบดีวิโดโดกล่าววันนี้ก่อนออกเดินทางไปเยอรมนีเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) ในวันจันทร์ว่า สงครามจะต้องยุติ และห่วงโซ่อาหารโลกจะต้องได้รับการฟื้นฟูกลับมาดังเดิม นอกจากนี้เขายังจะชักชวนให้จี 7 ร่วมกันสร้างสันติภาพในยูเครน และหาทางออกที่จะสามารถแก้ไขวิกฤตอาหารและพลังงานโลกได้ทันที ก่อนหน้านี้ผู้นำอินโดนีเซียเผยเมื่อเดือนเมษายนว่า เขาไม่ตอบรับคำขออาวุธจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ด้านนางเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียกล่าวว่า จะต้องสร้างเส้นทางนำธัญพืชออกมาจากยูเครน และเปิดทางให้มีการส่งออกอาหารและปุ๋ยจากรัสเซีย เพื่อนำสิ่งเหล่านี้กลับเข้าสู่ตลาดโลกอีกครั้งแม้ว่ายังมีสงครามอยู่ก็ตาม และทุกประเทศจะต้องงดการกระทำใด ๆ ที่จะทำให้วิกฤตอาหารเลวร้ายลงไปอีก.-สำนักข่าวไทย

ยูเครนยืนกรานไม่หยุดยิงหรืออ่อนข้อให้รัสเซีย

เคียฟ 22 พ.ค.- ยูเครนยืนกรานไม่หยุดยิงหรือยอมอ่อนข้อให้แก่รัสเซียที่กำลังรุกคืบภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนอย่างหนัก ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวในคลิปที่บันทึกรายคืนว่า สถานการณ์ในดอนบาสกำลังยากลำบากอย่างยิ่ง กองทัพรัสเซียหาทางโจมตีเมืองสโลเวียนสก์และเมืองซีวีโรโดเนตสก์ ขณะที่กองกำลังยูเครนก็สกัดการรุกคืนอย่างเต็มกำลัง ก่อนหน้านี้เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า การต่อสู้แม้จะนองเลือด แต่จะยุติลงได้ด้วยวิถีทางการทูตเท่านั้น และการที่รัสเซียยึดครองดินแดนยูเครนจะเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น ด้านนายไมไคโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาของผู้นำยูเครนในฐานะหัวหน้าคณะเจรจายืนยันกับรอยเตอร์ในทำเนียบประธานาธิบดีที่มีการอารักขาอย่างแน่นหนาว่า ยูเครนจะไม่ตกลงหยุดยิงและจะไม่ยอมรับข้อตกลงใด ๆ กับรัสเซียเรื่องการยอมมอบดินแดน การอ่อนข้อจะยิ่งส่งผลย้อนกลับมายังยูเครนเพราะรัสเซียจะยิ่งโหมโจมตีหนักขึ้นและนองเลือดยิ่งขึ้น นายโปโดลยักยืนกรานเรื่องนี้หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน เรียกร้องให้หยุดยิงในยูเครนทันที ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากีของอิตาลีเรียกร้องให้หยุดยิงในยูเครนทันทีเพื่อเปิดทางให้แก่การเจรจายุติสงคราม รัสเซียยึดเมืองมารีอูปอล เมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นโดเนตสก์ในภูมิภาคดอนบาสได้เบ็ดเสร็จ หลังจากกองกำลังยูเครนชุดสุดท้ายที่ปักหลักอยู่ในโรงเหล็กยอมจำนนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของยูเครนที่รัสเซียยึดได้ตั้งแต่เปิดฉากโจมตีเมื่อ 3 เดือนก่อน และทำให้รัสเซียควบคุมเส้นทางทางบกที่เชื่อมคาบสมุทรไครเมีย ทางใต้ของยูเครนที่รัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งตั้งแต่ปี 2557 กับพื้นที่ส่วนใหญ่ของดอนบาสที่กลุ่มแยกดินแดนยูเครนฝักใฝ่รัสเซียยึดครองอยู่.-สำนักข่าวไทย

โป๊ปเรียกร้องหยุดยิงในยูเครนช่วงอีสเตอร์

วาติกัน 11 เม.ย.- สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสต์จักรนิกายโรมันคาทอลิกทรงเรียกร้องให้หยุดยิงในยูเครนช่วงเทศกาลอีสเตอร์และเปิดการเจรจาอย่างแท้จริงเพื่อให้เกิดสันติภาพในยูเครน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงนำการสวดในวันอาทิตย์ทางตาลที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีตั้งแต่มีการใช้มาตรการจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทรงประณามสงครามในยูเครนว่า เป็นสงครามที่ทำให้ผู้คนได้เห็นการสังหารหมู่ที่โหดร้ายและความโหดร้ายที่กระทำต่อพลเรือนผู้ไร้อาวุธทุกวัน  โปรดวางอาวุธและเริ่มการหยุดยิงในเทศกาลอีสเตอร์ โปรดอย่าบรรจุกระสุนใหม่แล้วเริ่มการสู้รบอีกครั้ง การหยุดยิงเพื่อให้เกิดสันติภาพผ่านการเจรจาอย่างแท้จริงถือเป็นการเสียสละบางอย่างเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นเช่นกัน ชัยชนะจะมีความหมายอะไรหากต้องปักธงลงบนซากปรักหักพัง และว่าสำหรับพระผู้เป็นเจ้าแล้วไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงประณามความเขลาของสงคราม และตรัสถึงผู้ถูกสังหารและผู้ลี้ภัยในการสู้รบว่า พระคริสต์ทรงถูกตรึงกางเขนอีกครั้งเพื่อไถ่บาปให้แก่มารดาที่อาลัยให้แก่การตายอย่างไม่เป็นธรรมของบุตรและสามี ทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่บาปให้แก่ผู้ลี้ภัยที่หนีระเบิดพร้อมกับอุ้มเด็กเล็กไว้ในอ้อมแขน ทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อไถ่บาปให้แก่คนชราที่ถูกทิ้งให้ตายอย่างเดียวดาย คนหนุ่มสาวที่ถูกพรากอนาคต และทหารที่ถูกส่งไปเข่นฆ่าพี่น้องร่วมโลก.-สำนักข่าวไทย

หน่วยงานยูเอ็นร่วมประณามเหตุยิงสถานพยาบาลในยูเครน

เจนีวา 14 มี.ค.- หน่วยงานของสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) ร่วมกันเรียกร้องให้หยุดยิงโดยทันทีและยุติการโจมตีบุคลากรและสถานพยาบาลในยูเครน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนเป็น “ความโหดร้ายที่ไร้จิตสำนึก” ระบบเฝ้าระวังการโจมตีการดูแลสุขภาพหรือเอสเอสเอ (SSA) ขององค์การอนามัยโลกเผยแพร่แถลงการณ์ร่วมที่ลงนามโดยผู้อำนวยการองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ กองทุนประชากรยูเอ็น และองค์การอนามัยโลกว่า นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์มีการโจมตีการดูแลสุขภาพแล้วทั้งหมด 31 ครั้ง การโจมตีกลุ่มผู้เปราะบางที่สุดที่ประกอบด้วยทารก เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายอย่างไร้จิตสำนึก การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 คน บาดเจ็บ 34 คน แถลงการณ์เรียกร้องให้หยุดยิงโดยทันที เพราะบุคลากรทางการแพทย์จะต้องสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย ทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และโปลิโอ การให้ยาช่วยชีวิตแก่พลเรือนทั่วยูเครนและผู้ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แถลงการณ์ระบุว่า ตั้งแต่รัสเซียรุกรานยุเครน มีการคลอดไม่ต่ำกว่า 4,300 ครั้ง คาดว่าสตรียูเครนประมาณ 80,000 คนจะคลอดในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ขณะนี้ออกซิเจนและยา รวมถึงการจัดการกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์กำลังเหลือน้อยถึงระดับที่เป็นอันตราย ระบบสาธารณสุขในยูเครนกำลังตึงตัวอย่างยิ่ง หากระบบล้มเหลวจะกลายเป็นหายนะ จึงต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ขอเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันทีและการเปิดทางให้ผู้เดือดร้อนได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทางออกสันติเพื่อยุติสงครามในยูเครนยังคงเป็นเรื่องที่สามารถเป็นไปได้.-สำนักข่าวไทย

เมืองมารียูปอลของยูเครนจะอพยพพลเรือนในวันนี้

สภาท้องถิ่นของเมืองมารียูปอล ของยูเครน กล่าวว่า จะเริ่มการอพยพชาวเมืองบางส่วนจากประชากร 400,000 คน ที่ติดอยู่ภายในวงล้อมของกองกำลังของรัสเซียในวันนี้

รัสเซียประกาศหยุดยิงบางส่วนให้พลเรือนอพยพออกจากยูเครน

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ประกาศหยุดยิงบางส่วนในวันนี้ เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพพลเรือนออกจาก 2 เมืองในยูเครน

กลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครนประกาศระดมพลเต็มรูปแบบ

ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตะวันออกของยูเครนที่มีรัสเซียหนุนหลังประกาศระดมพลอยางเต็มรูปแบบในวันนี้ หลังจากที่เมื่อวานนี้สั่งให้สตรีและเด็กอพยพไปอยู่ทางใต้ของรัสเซียโดยให้เหตุผลว่ามีความหวั่นเกรงว่าจะมีภัยจากความขัดแย้ง

ทูตพิเศษอาเซียนเผยเมียนมารับข้อเสนอหยุดยิง

นายเออร์วาน ยูซอฟ ทูตพิเศษสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เรื่องเมียนมาเผยว่า รัฐบาลเมียนมาตอบรับข้อเสนอให้ทุกฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อเปิดทางให้แก่การจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ตาลีบันยึดเมืองใหญ่ทางเหนือของอัฟกานิสถานแล้ว

กลุ่มตาลีบันยึดเมืองมาซาร์-อี-ชารีฟ ที่เป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถานได้แล้ว ทำให้เหลือเพียงกรุงคาบูลและเมืองจาลาลาบัด ที่เป็นสองเมืองใหญ่ที่รัฐบาลอัฟกานิสถานยังควบคุมได้อยู่ ด้านสหรัฐเร่งส่งกำลังพลเข้าไปอพยพชาวอเมริกัน

ไบเดนยืนยันยึดมั่นพันธกรณีต่ออิสราเอล

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนยันสหรัฐมีพันธกรณีคุ้มครองความปลอดภัยให้อิสราเอล แต่ไม่ยอมกล่าวถึงการเจรจาลับ ก่อนการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

อาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจานโทษอีกฝ่ายถล่ม

บากู 10 ต.ค.- อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน สองประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป กล่าวหาอีกฝ่ายว่ายิงปืนใหญ่และจรวดถล่มย่านชุมชนเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงยุติการสู้รบรุนแรงในดินแดนพิพาทร่วมสองสัปดาห์จะมีผล ภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัคเป็นดินแดนไม่มีทางออกทะเล ใต้เทือกเขาคอเคซัสในยุโรป และเป็นดินแดนพิพาท นานาชาติรับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ปกครองโดยรัฐอิสระที่ชนกลุ่มใหญ่เป็นชาวอาร์เมเนีย อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเปิดเจรจาสันติภาพเมื่อสงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษหลังปี 1980 ยุติลงในปี 2537 แต่แล้วเช้าวันที่ 27 กันยายนเกิดการปะทะบริเวณเส้นควบคุม ทหารและพลเรือนเสียชีวิตทั้งสองฝ่าย ผู้ตรวจการภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัคอ้างว่า อาเซอร์ไบจานยิงจรวดเข้ามาในย่านชุมชนเช้านี้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานแถลงว่า กองทัพอาร์เมเนียระดมยิงปืนใหญ่ใส่ย่านชุมชนของอาเซอร์ไบจาน จึงต้องตอบโต้ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดใหญ่สองครั้งในช่วงเช้า ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 15.00 น.วันนี้ตามเวลาในไทย สองประเทศเพื่อนบ้านตกลงช่วงเช้ามืดวันนี้ว่าจะหยุดยิง หลังจากเจรจาโดยมีรัสเซียเป็นคนกลางที่กรุงมอสโกนาน 11 ชั่วโมง.-สำนักข่าวไทย

การประชุมเพื่อหาหนทางหยุดยิงในลิเบียเริ่มขึ้นแล้วที่กรุงเบอร์ลิน

คู่ขัดแย้งในลิเบียและบรรดาผู้นำโลกได้เริ่มหารือเพื่อหาวิธีหยุดยิงในลิเบีย โดยการประชุมได้เริ่มขึ้นเมื่อในวันอาทิตย์ที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี

1 2 3 4