กรุงเทพฯ 31 ส.ค.- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ สัปดาห์นี้ ตลาดเงิน-ตลาดทุน จับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ – ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ส.ค. – ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ – ราคาทองคำในตลาดโลก มองกรอบค่าเงินบาท 31.80-32.80 บาท/ดอลลาร์ฯ ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,225 และ 1,200 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,245 และ 1,265 จุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังสัญญาณของประธานเฟดที่ Jackson Hole หนุนความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมFOMC เดือนก.ย. นี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมในช่วงต่อมาสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียอื่น ๆและราคาทองคำในตลาดโลก ก่อนอ่อนค่ากลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงขายสุทธิหุ้นไทยของต่างชาติ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส. แพทองธาร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี
ส่วนสัปดาห์นี้ (1-5 ก.ย. 2568) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและราคาทองคำในตลาดโลก ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM และPMI ภาคการผลิตและภาคบริการตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน การจ้างงานนนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค.รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนอังกฤษ และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

สำหรับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังประธานเฟดส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเร็วๆ นี้ ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ของไทยที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ก่อนดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในเวลาต่อมาตามแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และร่วงลงลึกในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมครม. ทั้งคณะ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงาน ค้าปลีกและสื่อสาร
ส่วนสัปดาห์นี้ (1-5 ก.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,225 และ 1,200 จุดขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,245 และ 1,265 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือน ส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์.-516-สำนักข่าวไทย