เร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ขยายทางหลวง 340 สายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี

กรุงเทพ 4 ต.ค. – กรมทางหลวงเร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ขยายทางหลวง 340 สายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เป็น 6 ช่องจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางสู่ภาคเหนือ เน้นแผนจัดการจราจร คล่องตัว และปลอดภัย


นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งของประเทศให้มีประสิทธิภาพ เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 340 สายบ.สาลี – สุพรรณบุรี เพื่อยกระดับเส้นทางสายหลักเชื่อมโยงระหว่างภาค เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะการเดินทางสู่ภาคเหนือ

ทางหลวงหมายเลข 340 สายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนนิยมใช้เดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านสุพรรณบุรี ชัยนาท มุ่งสู่ภาคเหนือหลายจังหวัด ซึ่งทางหลวงสายนี้สร้างมานานกว่า 30 ปี กรมทางหลวงได้บูรณะปรับปรุงมาโดยตลอด แต่เนื่องจากปัจจุบันปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับทางหลวงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้เกิดความชำรุดเสียหายหลายแห่ง กรมทางหลวงโดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 จึงดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 340 สายบ.สาลี – สุพรรณบุรี ระหว่าง กม.48+841 ถึง กม.65+600 รวมระยะทางทั้งหมด 16.459 กิโลเมตร พื้นที่อำเภอบางปลาม้า และอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ตอน ได้แก่


1.โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 340 สาย บ.สาลี – สุพรรณบุรี ตอน 1 ระหว่าง กม.48+841 – กม.57+250 รวมระยะทาง 8.409 กิโลเมตร ดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท เอส.เค.วาย. คอนสตรัคชั่น จำกัด เริ่มต้นสัญญาวันที่ 13 กันยายน 2567 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 28 สิงหาคม 2570 ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน วงเงินงบประมาณ 686,761,000 บาท

2.โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 340 สาย บ.สาลี – สุพรรณบุรี ตอน 2 ระหว่าง กม. 57+250 – กม. 65+600 รวมระยะทาง 8.350 กิโลเมตร ดำเนินการก่อสร้างโดย กิจการร่วมค้า ซีทีทีพีดี เริ่มต้นสัญญาวันที่ 18 กันยายน 2567 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 2 กันยายน 2570 ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน วงเงินงบประมาณ 689,596,000 บาท

โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 340 สาย บ.สาลี – สุพรรณบุรี เป็นการยกระดับมาตรฐานทางหลวงเป็นชั้นพิเศษ ดำเนินการก่อสร้างขยายช่องจราจรจากเดิม 4 ช่องจราจร เป็น 6 ช่องจราจร (ไป – กลับ) ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร พร้อมไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร แบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลางแบบกดเป็นร่อง (DEPRESSED MEDIAN) ผิวทางคอนกรีตหนา 35 เซนติเมตร ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 3 แห่ง ที่ กม.52+972 ความยาว 300 เมตร, กม.54+550 ความยาว 100 เมตร และ กม.57+633 ความยาว 296 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกระพริบบนทางหลวงตลอดเส้นทาง


อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินการโครงการมีความจำเป็นจะต้องปิดการจราจรทีละฝั่ง (เป็นช่วงๆ) แล้วเบี่ยงการจราจรให้ไปวิ่งสวนทางกันอีกฝั่งหนึ่ง แม้ว่าจะยังสามารถเดินทางสัญจรบนทางหลวงหมายเลข 340 ได้ตามปกติ แต่ก็คาดว่าจะมีปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุด ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบการจราจรระหว่างการก่อสร้างจึงได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบโครงการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชน เพื่อกำหนดเส้นทางเลี่ยง และวางแผนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ ให้ประชาชนรับทราบข้อมูล และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าทั้งนี้ กรมทางหลวงจะประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางพร้อมให้บริการข้อมูล ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานทางหลวงที่ 12, แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1, หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

เมื่อโครงการฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวง รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มสูงขึ้น ลดปัญหาการจราจรติดขัด ยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

คุมผู้ต้องหาทำแผนงัดกุฏิเจ้าอาวาส ลักทอง-เงิน 10 ล้าน

ชลบุรี 30 ส.ค.-ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาบุกงัดตู้เซฟกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ฉกเงินสดและทองคำ มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ทำแผน หลังถูกรวบตัวได้ที่สุรินทร์ รับมีผู้ร่วมขบวนการอีก ด้านเจ้าอาวาส เผยทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของญาติโยมร่วมกันทำบุญเททองหล่อพระ ไม่ใช่ของเจ้าอาวาส ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือ บอย อายุ 32 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในวัดนามะตูม หมู่ 6 ตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลังเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ก่อเหตุบุกเข้าไปที่กุฏิพระครูวิจิตรธรรมรัตน์ หรือ พระอาจารย์ขวัญชัย เจ้าอาวาสวัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี งัดตู้เซฟเอาทรัพย์สินของมีค่า ได้เงินสดและทองคำจากการทำบุญของญาติโยม มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ระหว่างทำแผน มีเจ้าอาวาสและชาวบ้านมารอดู เมื่อนายบอย เจอกับเจ้าอาวาสวัด ได้ก้มกราบเท้า และกล่าวคำว่าขอโทษ โดย เจ้าอาวาสได้ลูบหัว และบอกว่าทุกคนให้อภัย […]

นึกว่าก้อนหิน โยนให้หมาเล่นระเบิดตูม เจ็บ 2

สมุทรปราการ 30 ส.ค.-ชาวบ้านชุมชนสำโรงใต้ เจอวัตถุปริศนาหน้าบ้าน คิดว่าเป็นก้อนหิน หยิบโยนให้สุนัขเล่น เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นไปทั่วบริเวณ บาดเจ็บ 2 คน ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิด ภายในชุมชนวัดโยธินประดิษฐ์ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงรีบรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ที่บริเวณหน้าบ้านพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายสมควร อายุ 43 ปี มีบาดแผลไหม้และถลอกทั่วร่างกาย อีกคนคือ นางออด อายุ 65 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีอาการหูอื้อจากแรงอัดของระเบิด เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า จากการตรวจสอบภายในบ้าน พบตู้ปลาที่ตั้งอยู่ชั้นล่างแตกกระจาย เกิดจากแรงอัดของระเบิดปิงปอง นายสมควร อายุ 43 ปี ผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตนกำลังนั่งเล่นอยู่ภายในบ้าน จากนั้น นางออด หยิบก้อนวัตถุบางอย่างโยนเข้ามาในบ้าน และเกิดระเบิดเสียงดัง จนตนได้รับบาดเจ็บ ด้านนางออด เล่าว่า […]

“ภูมิธรรม” ประชุม ครม.นัดพิเศษ ตั้งนายกฯ รักษาการ

ทำเนียบ 30 ส.ค.-“ภูมิธรรม” ประชุม ครม.นัดพิเศษ ตั้งนายกฯ รักษาการ ด้าน รมต.กล้าธรรม ลายกพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อขอมติ ครม.แต่งตั้งรักษาราชการแทน (รรท.) นายกรัฐมนตรี ขอมติ ครม.เห็นชอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม. ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง และ ครม.พ้นทั้งคณะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษ มีรัฐมนตรีแจ้งลา 7 คน ได้แก่ 1. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ 2. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข 3. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ 4. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง 5. นายสุชาติ ชมกลิ่น […]

“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ

กทม. 30 ส.ค.-“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ ขอบคุณประชาชนให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเคลื่อนไหว แชร์โพสต์จาก Voice TV ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงยอมรับผลคำวินิจฉัยศาลและขอบคุณประชาชนเมื่อวานนี้ โดยเป็นช่วงที่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า “ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อประเทศอย่างภาคภูมิใจตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลต่อจากนี้จะนำโอกาสกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้“ จากนั้นได้มีการแชร์ภาพบรรยากาศภายในตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย จนถึงการแถลงข่าวเสร็จสิ้น.-316.-สำนักข่าวไทย