สธ.15 ก.พ. – กรมอนามัย เผยคนแก่ป่วยติดเชื้อโควิดเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น จากปีที่ผ่านมาเป็น 76% จากเดิม 69% โดยพบการติดเชื้อมาจากคนใกล้ชิด 50%
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ข้อมูลการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุ สะสมตั้งแต่ เม.ย.64-ก.พ.65 พบถึง 237,759 คน ตัวเลขเฉพาะช่วง 1 ม.ค.-14 ก.พ. ติดเชื้อสะสม 34,918 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 569 คน เฉพาะเดือน ก.พ. พบเสียชีวิต 237 คน ดังนั้นอัตราการป่วยในกลุ่มสูงอายุเท่าเดิมกับที่ผ่านมา แต่การเสียชีวิตสูงขึ้นถึงจากปีที่แล้ว 69% เป็น 76% โดยส่วนใหญ่การติดเชื้ออยู่ในเขตเมือง เช่น กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี และชลบุรี สาเหตุมากกว่า 50% มาจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ
ส่วนสถานการณ์วัคซีนโควิดในกลุ่มสูงอายุ พบรับครบ 2 เข็มแล้ว 9.8 ล้านคน และเข็ม 3 อีก 3.3 ล้านคน แต่ยังไม่ครอบคลุมเนื่องจากผู้สูงอายุทั่วประเทศมีมากกว่า 12 ล้านคน ดังนั้นจึงมีอีก 2.2 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตาม การป้องกันการติดเชื้อในกลุ่มสูงอายุด้วยมาตรการ VUCA
ด้าน นพ.นิธิรัตน์ บุญตานนท์ ผอ.สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กล่าวว่า สำหรับผู้สูงอายุที่ติดเชื้อโควิด แบ่ง 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มติดเตียง ดูแลตัวเองไม่ได้ เมื่อติดเชื้อมีอาการ เช่น ไข้สูง หอบเหนื่อย ออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 94% ต้องรักษาในโรงพยาบาล (รพ.) ติดต่อผ่าน 1330 ได้ทันที ซึ่งหากมีอาการวิกฤตให้โทร 1669 ส่วนผู้ดูแลที่ดูแลเบื้องต้นระหว่างรอเตียง ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือ N95 หรือหน้ากากเฟซชิลด์ ล้างมือเสมอ และใช้เวลาในการดูแลผู้ติดเชื้อให้สั้นที่สุด ไปจนถึงการแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนอื่นในบ้านให้มากที่สุด แยกอาหาร ของใช้ต่าง ๆ และเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของอาการต่อเนื่อง
2.กรณีที่เป็นกลุ่มช่วยเหลือตัวเองได้ ติดบ้าน อายุน้อยกว่า 75 ปี มีอาการเล็กน้อย สามารถดูแลที่บ้านและชุมชน (Home and Community Isolation) ซึ่งติดต่อสายด่วน 1330 ให้การดูแล ส่วนต่างจังหวัดสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ของแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ การดูแลช่วง 10 วัน ให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงอาการต่อเนื่อง หากพบว่าไข้สูงกว่า 39 องศาฯ หรือออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 94% หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ให้รีบแจ้งสถานพยาบาลที่ดูแล เพื่อนำเข้าสู่ รพ.ต่อไป. -สำนักข่าวไทย