รถบรรทุกน้ำมันวิ่งลงเขาเบรกแตก พลิกคว่ำทับสองสามีภรรยาชาวอิตาลีดับคาถนน

ชุมพร 1 มี.ค.-ระทึก! รถบรรทุกน้ำมันวิ่งลงเขาเบรกแตก ก่อนพลิกคว่ำทับรถจักรยานยนต์นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีสองสามีภรรยาเสียชีวิตคาที่ ทำน้ำมันกว่าหมื่นลิตรรั่วนองถนนสายชุมพร-ปากน้ำชุมพร จ.ชุมพร


เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนนสายชุมพร-ปากน้ำชุมพร หมู่ 8 ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร บริเวณสามแยกเขามัทรี เป็นถนน 4 ช่องจราจร ไม่มีเกาะกลาง พบรถสิบล้อบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกตะแคงไถลข้ามเลนไปอยู่ในช่องทางขวา ซึ่งเป็นย่านชุมชน มีบ้านเรือนและร้านค้า ขณะที่รถบรรทุกมีน้ำมันดีเซลรั่วไหลออกมาจำนวนมาก ตำรวจ สภ.ชุมพร รถดับเพลิงเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร ปภ.จ.ชุมพร หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยมูลนิธิชุมพร ปิดเส้นทางจราจรให้รถไปใช้ทางเลี่ยง และฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลา เพื่อไม่เกิดประกายไฟ ใต้รถบรรทุกพบรถจักรยานยนต์สภาพพังเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 2 คน คือ Mr.GIULIANO DE SANTIS อายุ 42 ปี และ Mrs.ILARIA RIZZO อายุ 37 ปี ชาวอิตาลี ทั้ง 2 คนเป็นสามีภรรยากัน เดินทางเข้าไทยเมื่อ วันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา สภาพศพแขนขาขาด กะโหลกแตก สมองกระจาย

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เคลียร์พื้นที่หยุดการรั่วไหลของน้ำมัน และใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกรถน้ำมันออกจากจุดเกิดเหตุ สอบสวนนายสุริยา นาคบำรุง อายุ 64 ปี คนขับรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ บอกว่ารับจ้างขับรถให้กับปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปบรรทุกน้ำมันจำนวน 16,000 ลิตร ที่คลังน้ำมัน บมจ.ไออาร์ซีพี บริเวณริมทะเล ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม. ขากลับขณะขับลงมาจากบนเนินเขามัทรี รถเกิดเบรกแตก เมื่อถึงทางสามแยกพยายามเลี้ยวซ้ายไปทางตัวเมืองชุมพร แต่ด้วยความเร็วของรถและไม่สามารถเบรกได้ จึงเกิดแรงเหวี่ยงจนรถพลิกคว่ำไปทับรถจักรยานยนต์ที่นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คันขี่มาทางเลนซ้าย และลากรถจักรยานยนต์และผู้ตายทั้งสองติดไปด้วย ขณะที่เพื่อนๆ ชาวต่างชาติอีก 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามหลังมา เบรกทัน จึงไม่ได้รับอันตราย


ด้าน พ.ต.อ.พรพันธ์ ทิมขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า ได้ควบคุมตัวนายสุริยา นาคบำรุง คนขับรถบรรทุกน้ำมันคันดังกล่าวไว้แล้ว ซึ่งไม่ได้หนีไปไหน เพื่อนำตัวไปตรวจหาแอลกอฮอล์และสารเสพติด ว่าขณะขับรถได้ดื่มสุราหรือเสพยาเสพติดหรือไม่ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพรถแล้ว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า