ปลัดท่าอุเทน ปรากฏตัวทันทีหลังคดีตากใบขาดอายุความ

นครพนม 29 ต.ค. – “ปลัดท่าอุเทน”  โผล่ทำงานทันที หลังคดีตากใบหมดอายุความ ด้าน “อนุทิน” สั่งตั้งกรรมการสอบ ลั่นคงไม่ได้อยู่สบาย ต้องรับแรงกดดันมหาศาลจากสังคม


จากกรณีนายวิษณุ เลิศสงคราม ปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม 1 ในอดีตจำเลยที่ถูกออกหมายจับในคดีตากใบ มาทำงานวันแรก โดยไปตรวจสอบเหตุชายคลั่งยาทำลายทรัพย์ ที่บ้านนาผักปลอด ซึ่งนับว่าเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 14 วัน เนื่องจากหลังนายวิษณุถูกออกหมายจับคดีตากใบ ก็ได้ยื่นใบลาระหว่างวันที่ 15-18 ตุลาคม แม้ระหว่างนั้นผู้บังคับบัญชาได้ยกเลิกใบลา เพราะเห็นว่ามีหมายจับ แต่กลับไม่สามารถติดต่อนายวิษณุได้ กระทั่งคดีขาดอายุความเมื่อ 25 ตุลาคม ต่อมา วันที่ 26 นายวิษณุก็ได้มารายงานตัวกับทางอำเภอ และลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ และในวันเดียวกันนี้ นักข่าวพยายามตามไปขอสัมภาษณ์นายวิษณุที่ห้องทำงาน แต่นายวิษณุปฏิเสธให้สัมภาษณ์ บอกแต่เพียงว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ตัวเองทำหน้าที่เป็นเพียงพลขับเท่านั้น

ส่วนผู้บังคับบัญชาในสายปกครอง ให้ข้อมูลว่ากรณีข้าราชการขาดงานติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดต้องรายงานไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งบรรจุ เพื่อสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติของข้าราชการ ไม่ใช่แค่เฉพาะเคสของปลัดอำเภอท่าอุเทน โดยหากผิดวินัยไม่ร้ายแรง โทษคือภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน


ขณะที่นักข่าวทำเนียบฯ ได้ไปสอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าต้องดำเนินการอย่างไรกับปลัดท่าอุเทนหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า ได้สั่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว เท่าที่ทราบน่าจะขาดราชการ 6 วัน แต่ตามระเบียบแล้วต้องขาด 15 วัน จึงจะไล่ออกจากราชการได้ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับปลัดด้วย ยอมรับว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจริยธรรมข้าราชการ ย้ำว่า คนกลุ่มนี้จะอยู่สบายๆ คงไม่ใช่ แต่การลงโทษอื่นๆ ต้องเป็นไปตามระเบียบ และเชื่อว่าจะกระทบต่อการเติบโตทางสายงาน

ด้าน พลตำรวจโทสำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยังคงย้ำว่า ตำรวจทำเต็มที่ในคดีตากใบ โดยหลังศาลจังหวัดนราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีตากใบ ตำรวจได้เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทันที มีการปูพรมตรวจค้น 52 จุด เฝ้าระวังจุด 241จุด ทั้งบ้านตามภูมิลำเนา บ้านญาติผู้ต้องหา แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหา จึงประสานตำรวจสากลออกหมายแดงกับผู้ต้องหาทั้ง 14 คน ต่อมาสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหา 1 คน หนีไปญี่ปุ่น และอีก 1 คน ไปอังกฤษ แต่ก็ไม่สามารถจับกุมได้ กระทั่งคดีขาดอายุความ ศาลสั่งจำหน่ายคดี สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้อง จึงถูกระงับ และหมายจับหมดสภาพบังคับ

ส่วนกรณีหลังคดีขาดอายุความ และปลัดอำเภอท่าอุเทนปรากฏตัวมาทำงานทันที คงต้องขึ้นอยู่กับต้นสังกัดในการพิจารณา แต่การที่ตำรวจไม่สามารถตามจับผู้ต้องหาได้ เชื่อว่า ผบ.ตร. คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง


และเมื่อสักครู่นี้ นักข่าวตามไปสังเกตการณ์ที่บ้านพักของนายวิษณุ ปลัดอำเภอท่าอุเทน ปรากฏว่า พบข้าวของเครื่องใช้อยู่ในสภาพเหมือนผู้อยู่อาศัยได้เดินทางออกนอกพื้นที่อย่างกะทันหัน ถ้วยชาม หม้อหุงข้าว เครื่องกระป๋อง ไม่ได้ทำความสะอาดหรือเก็บรักษาแต่อย่างใด ผิดปกติวิสัยของคนลางานไปนาน และเพิ่งกลับมาทำงาน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

กรมอุตุฯ เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน กระทบ​ 53 จังหวัด​

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน​ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก มีผลกระทบ​ 53 จังหวัด​ ระหว่าง​ 29​ มี.ค.-1 เม.ย.68​

ช่วยผู้รอดชีวิตรายแรก เหตุตึก สตง.แห่งใหม่ ถล่ม

กทม. 28 มี.ค. – ช่วยได้แล้ว 1 ราย ผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร สตง.แห่งใหม่ พังถล่ม เป็นคนงานที่ติดอยู่ในช่องลิฟต์ เร่งนำส่ง รพ. อัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ เวลา 19.25 น. เพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย สูญหาย 117 ราย .-สำนักข่าวไทย

ระดมค้นหา 94 ชีวิต เหตุตึกถล่มย่านจตุจักร

เกาะติดเหตุอาคาร สตง.แห่งใหม่ พังถล่มจากแผ่นดินไหว จนท.ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ตัวเลข ปภ. คาดมีคนงานติดอยู่ในซาก 94 ราย ยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ยืนยันผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 ราย ด้านนายกฯ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ก่อนเดินทางไปยังศูนย์บัญชาการแผ่นดินไหว กทม.

กรมอุตุฯ เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก เขย่าแล้ว 21 ครั้ง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานอาฟเตอร์ช็อกแล้ว 21 ครั้ง นักวิชาการระบุ พลังงานของแผ่นดินไหวลดลงตามลำดับ แต่ที่น่าห่วงคือ โครงสร้างของอาคารต่างๆ โดยเฉพาะอาคารสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง