วอชิงตัน 22 มิ.ย.- รัฐบาลสหรัฐเผยแพร่ผลการศึกษาในวันนี้ว่า วัยรุ่นชาวอเมริกันกว่าครึ่งหนึ่งมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายในอายุ 18 ปี แต่อัตราวัยรุ่นตั้งครรภ์และคลอดบุตรลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการคุมกำเนิดมากขึ้น
ศูนย์สถิติสุขภาพแห่งชาติ สังกัดศูนย์การควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) ศึกษากับวัยรุ่นกว่า 4,000 คนอายุ 15-19 ปี ระหว่างปี 2554-2558 พบว่า ร้อยละ 55 มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายในอายุ 18 ปี ในจำนวนนี้ร้อยละ 80 ใช้วิธีการคุมกำเนิดโดยมักเป็นถุงยางอนามัย ช่วยให้อัตราคุณแม่วัยใสลดลงจาก 62 รายต่อ 1,000 ราย ในปี 2534 เหลือ 22 รายต่อ 1,000 ราย ในปี 2558 ผู้ทำการศึกษาเผยว่า อัตราวัยรุ่นอเมริกันตั้งครรภ์สูงสุดในปี 2533 จากนั้นได้ลดลงกว่าครึ่ง สอดคล้องกับอัตราการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นที่ลดลงอย่างมากจนถึงปี 2545 และทยอยลดลงหลังจากนั้น แต่อัตราการใช้วิธีการคุมกำเนิดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มรณรงค์ป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการตั้งครรภ์ไม่พร้อมแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า วัยรุ่นโดยทั่วไปมีความรับผิดชอบเรื่องการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าที่ผู้ใหญ่คิด เพราะผลการศึกษาพบว่า วัยรุ่นหญิงที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายในอายุ 18 ปี ร้อยละ 74 มีกับคนที่คบหาดูใจอยู่ มีเพียงร้อยละ 20 ที่มีกับคนรู้จักห่าง ๆ และมีเพียงร้อยละ 2 ที่มีกับคนเพิ่งรู้จัก.- สำนักข่าวไทย
