กรุงเทพฯ 23 มิ.ย. – บุกรวบ “แพรรี่ ดาวยั่ว M Live” สาวข้ามเพศ คาห้องพักขณะกำลังไลฟ์ หลังก่อเหตุหลอกให้พ่อบ้านขี้เหงาส่งรูปส่วนตัวมาให้ จากนั้นก็ขู่รีดเอาทรัพย์สิน ซึ่งหากไม่โอนจะส่งให้ภรรยาหรือประจานในโซเชียล ล่าสุดมีเหยื่อสูญเงินไปกว่า 40,000 บาท
เมื่อช่วงปลายปี 2564 ได้เกิดขบวนการ “สาวข้ามเพศ” หลอกนัดเจอเหล่าพ่อบ้านขี้เหงาทางโลกทวิตเตอร์ ก่อนแชทสนทนา “ใช้มารยา” ขอวัดขนาด “นกเขา” เมื่อเหยื่อหลงเชื่อส่งภาพไปให้ โดนขู่รีดเอาเงิน หากไม่ให้ก็จะส่งให้ “ภรรยา” หรือโพสต์ประจานในโลกโซเชียล ล่าสุดเหยื่อโดนไปกว่า 40,000 บาท สืบนครบาลร่วมกับชุด PCT5 ตรวจสอบพบเหยื่ออีกจำนวนมาก บางรายเคยคิดฆ่าตัวตาย ล่าสุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. /หน.ชุด PCT 5 จับกุมตัว หนึ่งในขบวนการซึ่งถูกออกหมายจับ คือ “แพรรี่ ดาวยั่ว 18+” ในแอปพลิเคชั่น M Live ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน โดยเจ้าตัวรับเพียงว่า ปัจจุบันทำงานไลฟ์สดอย่างเดียวมีรายได้เดือนละแสนกว่าบาท
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. / รอง หน. PCT ชุดที่ 5, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 และ ชุดสืบนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายเอกพล หรือแพรรี่ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.212/2566 ลงวันที่ 4 เม.ย.66 ข้อหา “ร่วมกันรีดเอาทรัพย์” โดยจับกุมตัวได้ที่ ห้องพัก บริเวณถนนเพชรเกษม-ท่าพระ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.
พฤติการณ์กล่าวคือ ช่วงปี พ.ศ.2564 ได้มีขบวนการกะเทยแสบรายหนึ่ง ออกอาละวาดหลอกลวงในโลกโซเชียล โดยแผนประทุษกรรมของขบวนการกระเทยนี้ จะแฝงตัวอยู่ในโลก “Twitter” โพสต์รูปภาพส่วนตัวลักษณะวาบหวิวผ่านทวิตเตอร์ และหาเหยื่อที่เป็นชายขี้เหงาเพื่อจะนัดเจอ ซึ่งเมื่อมีผู้ชายตกเป็นเหยื่อแล้ว ก็จะทำทีแชทสนทนา ใช้มารยาต่าง ๆ นานา ขอให้ผู้เสียหายส่งรูปภาพ “ขนาด” อวัยวะเพศมาให้ดูก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อส่งรูปให้ ผู้ต้องหากลับข่มขู่ว่าหากไม่อยากถูกนำรูปภาพดังกล่าวไปโพสต์ประจานในโซเชียล หรือส่งให้ “ภรรยา” ต้องโอนเงินให้ ตอนแรกๆ ผู้เสียหายกลัวจึงยอมโอนเงินให้ครั้งละ 500-1,000 บาท แต่ผู้ต้องหาก็ยังข่มขู่เรื่อยมา บางครั้งให้โอนเงิน 4-5 ครั้งต่อวัน โดยทั้งหมดโอนไปกว่า 40,000 บาท จึงทนไม่ไหวเข้าแจ้งความดำเนินคดี พ่อบ้านผู้เสียหายบางรายถึงขั้น “อยากฆ่าตัวตาย” ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า ขบวนการกะเทยแสบนี้มี นายเอกพล หรือ แพรรี่ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT5 และ สืบนครบาล ติดตามจับกุม จนกระทั่งจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ ห้องพัก บริเวณถนนเพชรเกษม-ท่าพระ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม. ขณะที่กำลังไลฟ์อยู่ในห้องพัก
ในชั้นจับกุม นายเอกพล ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองจบการศึกษาชั้น ปวช. เป็นสาวประเภท 2 แต่ยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ ปัจจุบันหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์ 18+ ผ่านแอปพลิเคชั่น M Live โดยทั่วไปจะมีคนดูประมาณ 10,000 คน และช่องของตนนั้นมีผู้ติดตามกว่า 300,000 คน ส่วนเรื่องทางคดีนั้นเกิดนานแล้ว ยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้อง ความผิดทั้งหมดเกิดจากนายปิยฉัตร ที่ถูกจับกุมไปนานแล้ว” หลังจากจับกุมตัว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัว ส่งที่ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.ชุด PCT 5 กล่าวว่า “ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ายังมีกลุ่มมิจฉาชีพอีกหลายรายที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันกำลังหาเหยื่อในกลุ่มพ่อบ้านหรือหนุ่มอารมณ์เปลี่ยวตกหลุมพราง และกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะสูญเงินเป็นจำนวนมากแล้ว ยังจำต้องแลกมาด้วยชื่อเสียงอีกด้วย และที่สำคัญคือ บาดแผลทางจิตใจที่ยากต่อการเยี่ยวยา จนบางรายไม่กล้าจะเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ และบางรายถึงขั้นคิดจะจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีกับอดีตที่ผิดพลาด ด้วยจุดอ่อนเหล่านี้กลุ่มมิจฉาชีพจึงใช้เป็นช่องทางรีดเอาทรัพย์ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงขอฝากเตือนทุกท่านที่ต้องการหาเพื่อนหรือพูดคุยกับบุคคลอื่นๆ ให้พึงระลึกไว้ก่อนว่า “รู้หน้า ไม่รู้ใจ” และขอแจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังเหล่าพ่อบ้านหรือบุคคลใด ที่เคยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สามารถติดต่อให้เบาะแสทาง เฟสบุ๊คเพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำ “แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าเราทำได้ เราทำทันที” ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”. -สำนักข่าวไทย