ยุทธการ “ฉีกหน้ากากโมเดลลิ่ง” รวบ 2 สาวค้าบริการเด็กผ่านออนไลน์

บช.ก. 20 ต.ค.- ตำรวจสอบสวนกลางปฏิบัติการตามยุทธการ “ฉีกหน้ากากโมเดลลิ่ง” จับ 2 สาวโมเดลลิ่งเอเย่นต์ค้าบริการเด็ก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมขยายผลรวบผู้ซื้อบริการ 2 ราย


ชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สืบสวนพบว่า น.ส.ณัฐณรีย์ หรือโมส้ม (ขอสงวนนามสกุล) มีพฤติการณ์เป็นหน้านายขายบริการทางเพศเด็กหญิง โดยมีการโฆษณาจัดหาพริตตี้ เด็กเอนฯ รับงานเอนเตอร์เทน) รับงานวี โดยรับทั้งนางแบบ สาวสวย นักเรียน นักศึกษา ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งทาง FACEBOOK และ TWITTER ชุดสืบสวนจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ขออนุญาตปฏิบัติการอำพราง (UNDER COVER) เพื่อรวบรวมพยายหลักฐาน และเข้าช่วยเหลือน้องเด็กหญิงผู้เสียหาย

เมื่อเดือนกันยายน 2565 ชุดสืบสวนของ กก.6 บก.ปคม.ให้สายลับติดต่อขอซื้อบริการทางเพศกับน้องเด็กหญิงผู้เสียหายในคดีนี้ ตามที่ผู้ต้องหาที่ 1 ลงโฆษณาขายบริการทางเพศไว้ โดยสายลับติดต่อพูดคุยกับผู้ต้องหาที่ 1 ทาง LINE ผู้ต้องหาที่ 1 จึงส่งภาพและรายละเอียดของน้องเด็กหญิงผู้เสียหายให้สายลับ และให้โอนเงินค่าบริการให้ผู้ต้องหาที่ 1 แล้วนัดพบกับน้องเด็กหญิงผู้เสียหายที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน กทม.


จากนั้นชุดสืบสวนจึงเข้าช่วยเหลือน้องเด็กหญิงผู้เสียหายไว้ ทราบว่าเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จึงสอบสวนปากคำคัดแยกและสัมภาษณ์ พบว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้คือ 1.น.ส.ณัฐณรีย์ หรือโมส้ม อายุ 32 ปี 2.น.ส.สุชัญญา หรือโมดาว อายุ 21 ปี มีพฤติการณ์ร่วมกันจัดหาเด็กหญิงผู้เสียหายรายนี้ขายบริการทางเพศให้ลูกค้ามาแล้ว 2 ครั้ง จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา “สมคบกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีฯ”

และได้สืบสวนขยายผลผู้ซื้อบริการทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.นายวรคุณ อายุ 40 ปี อาชีพพนักงานบริษัท 2.นายสิวินทร์ อายุ 40 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ซื้อบริการในข้อหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารฯ”

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ต.ค.65 ตำรวจ บก.ปคม.ปฏิบัติการนำโดย พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. นำตำรวจ กก.2 บก.ปคม. นำหมายคันเข้าตรวจคันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ภายใต้ยุทธการ “ฉีกหน้ากากโมเดลลิ่ง” เข้าตรวจค้นจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาได้ครบทั้ง 4 เป้าหมาย โดยโมส้ม จับกุมได้ที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ส่วนโมดาว จับกุมได้ที่ห้องพักย่าน อ.ปากเกร็ด พร้อมกันนี้ตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรกดเงินสด ที่เป็นพยานหลักฐานเกี่ยวข้องในคดีได้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในชั้นจับกุม-ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับผู้ซื้อบริการให้การรับสารภาพเช่นกัน พร้อมกับตรวจยึดโทรศัพท์มือถือที่มีข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับผู้ต้องหาที่อ้างตนเป็นโมเดลลิ่งทั้ง 2 ราย ดังกล่าวในการซื้อบริการทางเพศเด็ก


โมส้ม ให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง แต่มีปัญหาชีวิต เนื่องจากกู้เงินสินเชื่อมาลงทุนทำธุรกิจกับเหมาก่อสร้างกับแฟนจนเป็นหนี้สินจำนวนมาก และได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้จักให้เป็นโมเดลลิ่งหาเด็กมารับงานเอ็นฯ งานวี เนื่องจากมีรายได้ดี จึงผันตัวมาทำโมเดลลิ่ง โดยทำงานนี้มานาน 3 ปี แต่น้องผู้เสียหายในคดีนี้ เพิ่งติดต่อหางานให้น้องเพียง 3 ครั้ง โดยไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน ได้รายละเอียดของน้องผู้เสียหายในคดีนี้จากบอร์ดไลน์รับงานเอ็นวีของกลุ่มโมเดลลิ่ง ส่วนโมดาวนั้นรับสารภาพว่า ตนเองเคยเป็นเด็กเอ็นฯ มาก่อน แล้วพบว่ามีรายได้ดี จึงผันตัวมาเป็นโมเดลลิ่งเอง และได้รายละเอียดน้องผู้เสียหายมาจากไลน์กลุ่มโมเดลลิ่งเช่นกัน โดยตนเองได้เงินส่วนต่างประมาณ 3,000 บาท

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีความห่วงใยเด็กผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ เพราะนอกจากความเสียหายทางร่างกายที่เกิดขึ้นกับเด็กเหล่านี้แล้ว ยังมีความเสียหายทางจิตใจที่จะฝังรากลึกและเป็นผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในอนาคต รวมถึงยังอาจเกิดอันตรายได้ พร้อมฝากเตือนผู้ใช้บริการทางเพศเด็ก อย่าเห็นแก่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว โดยความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี อัตราโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี ปรับ 200,000 บาท ส่วนผู้ที่คิดจะตั้งตัวเป็นเอเย่นต์, นายหน้า หรือโมเดลลิ่ง ค้าบริการทางเพศเด็ก เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ที่มีอัตราโทษสูงจำคุกกว่า 15 ปี ปรับสูงสุดถึง 1,500,000 บาท และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ให้บริการ ที่มีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 20 ปี ปรับ 400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมกันนี้ความผิดฐานค้ามนุษย์ยังเป็นความผิดมูลฐานหนึ่งในกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งอาจถูกยึดทรัพย์ได้เช่นกัน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จำคุกเอกราช

ศาลสั่งจำคุก 5 ปี 93 เดือน “เอกราช” สส.ภูมิใจไทย

ศาลจังหวัดขอนแก่น พิพากษาจำคุก 5 ปี 93 เดือน นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย พร้อมสั่งชดใช้เงินกว่า 405 ล้านบาท คดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น 1,275 ล้านบาท

ลูกนายกเบี้ยว

“อนุทิน” ลั่นต้องดำเนินคดี “ลูกชายนายกเบี้ยว”

“อนุทิน” ลั่นไม่มีใครใหญ่กว่าผม ต้องดำเนินคดี “ลูกชายนายกเบี้ยว” ฮึ่มเป็นลูกใครทำผิดกฎหมายก็โดน ถามใหญ่กว่าผมไหม ถ้าไม่ใช่ก็โดนหมด

สลด แม่คลอดลูกเสร็จ ไปเล่นสงกรานต์ต่อ ปล่อยเด็กตาย

สลด สาววัย 27 ปี คลอดลูกทิ้งไว้ข้างกระถางต้นไม้ แล้วไปเล่นน้ำสงกรานต์ต่อ นานกว่า 1 ชม. มีคนแจ้งกู้ภัย พยายามปั๊มหัวใจ แต่ช่วยเด็กไม่ทัน

ผู้ป่วยแจ้งกู้ภัยเข้ามาช่วย แต่บอกบ้านเลขที่ผิด สุดท้ายเสียชีวิต

สลด หญิงวัย 54 ปี หายใจไม่ออกโทรแจ้งกู้ภัยให้เข้ามาช่วยพาส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าแจ้งบ้านเลขที่ผิด เจ้าหน้าที่หลงทาง สุดท้ายไปไม่ทัน เสียชีวิตอยู่ข้างแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง พบทั้งบ้านมีกองขยะสูงเท่าหลังคา

ข่าวแนะนำ

“นายกเบี้ยว” พาลูกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา-ตร.ยัน “พีช” เจตนาทำผิดอาญา

กรณี “พีช” ลูกนายกเบี้ยว ขับรถหรูปาดหน้าชนกระบะลุงป้า ตำรวจ สภ.ลำลูกกา ยืนยันพฤติการณ์ไม่ใช่แค่ขับรถประมาท แต่เจตนาทำผิดคดีอาญา และโดนแจ้งข้อหาขับรถไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากใบขับขี่หมดอายุตั้งแต่ปี 64 ขณะที่ล่าสุด “นายกเบี้ยว” พาลูกชายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

“ชัชชาติ” รับหลักฐานบางส่วนเสียหาย อาจตรวจสอบคุณภาพยาก

“ชัชชาติ” นำทีม กทม. พบ นายกฯ รายงานคืบหน้ากู้ซากอาคาร สตง. ถล่ม ย้ำ รัฐ-เอกชน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ขาดเหลือด้านใด เผย นายกฯ ติดตามเรื่องนี้ต่อเนื่อง พร้อมให้ความร่วมมือตำรวจเก็บหลักฐาน แนะ ไปหน้างานประสานเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานได้เลย ยอมรับ หลักฐานบางส่วนพังเสียหาย อาจตรวจสอบคุณภาพยาก

ปิดเขาล้อมจับมือปืนลำดับ 93 หนีคดี 10 ปี

ปฏิบัติการบุกขึ้นเขาปิดล้อม จับกุมมือปืนคนสำคัญ ลำดับ 93 ค่าหัว 1 แสนบาท ก่อเหตุอุกอาจหนีคดีมา 10 ปี แต่สุดท้ายไม่รอดมือตำรวจ