เผยผลสอบเบื้องต้นเหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ตกหลุมอากาศ

สิงคโปร์ 29 พ.ค.- ผลการสอบสวนเบื้องต้นเหตุเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ตกหลุมอากาศเมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่า แรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และระดับความสูงที่ลดลง 54 เมตร เป็นสาเหตุที่ทำให้คนบนเครื่องบินได้รับบาดเจ็บ


กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์นำรายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นของสำนักงานสอบสวนความปลอดภัยคมนาคมมาแถลงในวันนี้ รายงานอ้างข้อมูลที่กู้ได้จากกล่องบันทึกข้อมูลการบินและกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบินว่า เครื่องบินประสบกับแรงโน้มถ่วงหรือแรงจี (G) ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงน่าจะทำให้ผู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยตัวลอยขึ้นอย่างกะทันหัน จากนั้นอัตราเร่งแนวดิ่งได้เปลี่ยนจาก ลบ 1.5 จี เป็น บวก 1.5 จี ภายในเวลา 4 วินาที จึงน่าจะทำให้ผู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยที่ตัวกำลังลอยตกลงมาอย่างรวดเร็ว แรงจีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในเวลา 4.6 วินาทีส่งผลให้เครื่องบินมีระดับความสูงลดลง 178 ฟุต หรือ 54 เมตร จาก 37,362 ฟุต ลงไปที่ 37,184 ฟุต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเหล่านี้จึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บ

รายงานระบุด้วยว่า ในช่วงที่เครื่องบินเผชิญกับการสั่นสะเทือนเล็กน้อย เครื่องบินได้เพิ่มระดับความสูงโดยที่ไม่ได้สั่งการ เป็นเหตุให้ระบบควบคุมการบินอัตโนมัติบังคับเครื่องให้ลดระดับความสูงลง ขณะที่นักบินได้ลดความเร็วเครื่องบินและได้ยินเสียงนักบินแจ้งเปิดสัญญาณคาดเข็มขัดนิรภัย


ด้านสิงคโปร์แอร์ไลน์แจ้งเมื่อวันอังคารว่า ยังมีผู้โดยสาร 45 คนอยู่ในกรุงเทพฯ ในจำนวนนี้ 28 คนยังอยู่ระหว่างรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล หลังจากเที่ยวบินเอสคิว 321 (SQ321) เดินทางจากกรุงลอนดอนของอังกฤษมุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์ตกหลุมอากาศกะทันหันขณะบินเหนือน่านฟ้าเมียนมาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม และต้องนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมกับผู้โดยสาร 211 คน ลูกเรือ 18 คน มีผู้โดยสารชายวัย 73 ปีเสียชีวิต คาดว่าเกิดจากหัวใจวาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่ม 31 ซิ่งเก๋งชนไรเดอร์ดับคาที่ หลังมีปากเสียงเรื่องขับเฉี่ยวชน

หนุ่มไทยเชื้อสายอินเดีย ลูกเจ้าของร้านขายผ้าซิ่งเก๋งชนไรเดอร์ดับ ริมถนนสุขุมวิท หลังมีปากเสียงเรื่องขับรถเฉี่ยวไม่ลงมาเจรจา

พ่อพาญาติเยี่ยมลูกชายลูกครึ่งอินเดีย ขับรถชนไรเดอร์ดับ

พ่อพาญาติเยี่ยมลูกชายลูกครึ่งอินเดีย ที่หัวร้อนขับรถชนไรเดอร์ดับคาที่กลางสุขุมวิท เมื่อวานนี้ พร้อมไหว้ขอสื่อ อย่ามายุ่งกับครอบครัว

จำคุกทนายเดชา

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี “ทนายเดชา” ปมไลฟ์หมิ่น “อ.อ๊อด”

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี “ทนายเดชา” คดีหมิ่น “อ.อ๊อด” ปรับ 1 แสนบาท ปมไลฟ์ด่าเสียหาย ให้รอลงอาญา โจทก์เตรียมอุทธรณ์ต่อ ขอให้ติดคุกจริง

ศาลให้ประกันหนุ่มลูกครึ่งอินเดียหัวร้อนขับรถไล่ชนไรเดอร์ดับ

ครอบครัวไรเดอร์ที่ถูกหนุ่มลูกครึ่งอินเดียหัวร้อนขับรถไล่ชนเสียชีวิต กอดกันร้องไห้รับร่างและรดน้ำศพ ด้านศาลให้ประกันตัวผู้ต้องหา วงเงิน 600,000 บาท ติดกำไล EM-ห้ามออกนอกประเทศ

ข่าวแนะนำ

วันประวัติศาสตร์ สมรสเท่าเทียมวันแรก

วันนี้เป็นวันแรกที่กฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ใน กทม. มีการจัดงานวันสมรสเท่าเทียมอย่างยิ่งใหญ่ เฉลิมฉลองให้กับเส้นทางการต่อสู้อันยาวนานกว่าที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ไม่ว่าเพศใดก็จะได้รับสิทธิการสมรสอย่างเท่าเทียมกัน

นาทีประวัติศาสตร์! นายกฯ ร่วมพิธีลงนาม FTA ไทย-เอฟตา

นายกฯ ร่วมพิธีลงนาม FTA ไทย-เอฟตา ฉบับแรกไทยกับยุโรป ความสำเร็จรัฐบาลแพทองธาร สร้างโอกาสยุคทองการค้า-ลงทุน ทำเงินเข้าประเทศ

ตำรวจ ปปป.ซ้อนแผนบุกจับนายช่างโยธา เรียกรับเงิน 4 แสน

ตำรวจ ปปป. บุกจับนายช่างโยธาปฏิบัติงาน ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตพระโขนง เรียกรับเงินค่าออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร 400,000 บาท

สมรสเท่าเทียม

นายกฯ ส่งคลิปสารร่วมยินดีกฎหมายสมรสเท่าเทียมบังคับใช้

“แพทองธาร” นายกฯ ส่งคลิปสารร่วมแสดงความยินดีกฎหมายสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ ขอบคุณทุกภาคส่วนผ่านการต่อสู้กับอคติกว่า 2 ทศวรรษ ทำให้ ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยโอบรับความหลากหลาย และเท่าเทียม