“โตโน่” มอบอุปกรณ์การแพทย์ช่วยสัตว์ทะเลให้ ทช.

ตราด 12 พ.ย.- ดารานักแสดงชื่อดัง “โตโน่” ซึ่งจัดทำโครงการ “หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” นำเงินที่ได้รับบริจาคไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลแก่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สานแนวทางรักษาความสมบูรณ์และอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไทย

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า วันนี้ (12 พ.ย.) ได้รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากนายภาคิณ คำวิลัยศักดิ์ หรือ โตโน่ ผู้ริเริ่มโครงการ ONE MAN AND THE SEA หรือ “หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” ซึ่งมีผู้บริจาคเงินกว่า 15 ล้าน สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลเกาะกูด จ.ตราด ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง และศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธารฯ จ.ภูเก็ต โดยได้ยอดเงินบริจาคกว่า 15 ล้านบาท ทั้งนี้ได้จัดพิธีรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธารฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาสัตว์ทะเลที่เจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น เพราะ ทช. ก่อสร้างศูนย์วิจัยและหน่วยปฏิบัติในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลในหลายพื้นที่ แต่มีข้อจำกัดทั้งจำนวนนายสัตวแพทย์ สถานที่ และที่สำคัญคือ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์


นายโสภณกล่าวต่อว่า สัตว์ทะเลหายากหลายชนิดเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย แต่เนื่องจากว่ายน้ำหากินในทะเล บ่อยครั้งที่บาดเจ็บจากเรือชนหรือติดเครื่องมือประมง ซึ่งทช. นำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพมาใช้เพิ่มศักยภาพในการตรวจตราในทะเลและชายฝั่งเพื่อป้องปรามการทำลายทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาสัตว์เจ็บป่วยด้วย โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ห่วงใยปัญหาการลดลงของสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเลเสื่อมโทรมกลายเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายพยายามร่วมกันแก้ไข จึงกำชับให้ทช. ดูแลและรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

ด้าน “โตโน่” กล่าวว่า ริเริ่มโครงการ “หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย” เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศท้องทะเลไทย จึงหาแนวทางการหาพันธมิตรและการดึงคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ามาร่วมดำเนินงานกับทาง ทส. ให้มากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนของสังคมในการหันมาดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่ต่อไป


สำหรับโครงการนี้โตโน่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจัดทำขึ้น แล้วเริ่มว่ายน้ำจากท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ไปถึงหมู่เกาะพะลวย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 24 มี.ค. รวม 6 วัน ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จึงหยุดการว่าย ได้รับเงินจากประชาชนรวมทั้งสิ้นกว่า 15 ล้านบาท นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อมอบให้กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 8 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ยืนยันว่า หากสามารถทำอะไรเพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อมได้ พร้อมช่วยเหลือเต็มที่.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น-ใต้ฝนลดลง

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า