พาณิชย์เชือดผู้ประกอบการค้าข้าวฉวยโอกาสเอาเปรียบชาวนา

นนทบุรี  6  ม.ค. –  กรมการค้าภายในส่งสายตรวจออกตรวจสอบผู้ประกอบการค้าข้าวภาคกลาง-เหนือ พบฉวยโอกาสเอาเปรียบชาวนา 47 ราย ส่งดำเนินคดีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้จัดส่งสายตรวจตรวจสอบผู้ประกอบการค้าข้าวอย่างต่อเนื่องในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ พิจิตร และพิษณุโลก เพื่อป้องปราบและกำกับดูแลผู้ประกอบการค้าข้าวให้ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่ให้ฉวยโอกาสเอาเปรียบชาวนาในการจำหน่ายข้าวในฤดูการผลิต ช่วยให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรม โดยได้ดำเนินการจัดสายตรวจ 3 สาย ออกตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 – 28 พฤศจิกายน 2559 และตรวจสอบเพิ่มเมื่อวันที่ 6 – 12 ธันวาคม 2559 โดยได้ตรวจสอบผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทโรงสีและท่าข้าว รวมทั้งสิ้น 122 ราย แยกเป็นโรงสีข้าว 39 ราย และท่าข้าว 73 ราย พบผู้ประกอบการกระทำความผิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 47 ราย

ทั้งนี้  แบ่งเป็นผู้ประกอบการฝ่าฝืนประกาศ กกร.ฉบับที่ 40 พ.ศ.2559 เช่น ทำการหักลดน้ำหนักสิ่งเจือปนโดยไม่มีการวัด ไม่แสดงราคารับซื้อข้าวเปลือกโดยระบุราคารับซื้อตามมาตรฐานความชื้นที่รับซื้อให้ชัดเจน และไม่แสดงอัตราหักลดน้ำหนักความชื้นทุก 1 เปอร์เซ็นต์ 12 ราย ซึ่งจับกุมส่งพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจในพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย มีอัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ,  ฝ่าฝืนประกาศ กกร.ฉบับที่ 44 พ.ศ.2559 เช่น ไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อสินค้าเกษตร หรือไม่แสดงรายละเอียดการเรียกเก็บค่าชั่งน้ำหนักจากราคารับซื้อข้าวเปลือก  22 ราย ซึ่งได้จับกุมส่งพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดผู้มีอำนาจเปรียบเทียบปรับในพื้นที่จังหวัด


ผู้ประกอบการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ.2489 ฉบับที่ 146 พ.ศ. 2558 เรื่อง ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวขออนุญาตประกอบการค้าข้าว การกำหนดเงื่อนไขในหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว และการสั่งถอนหนังสืออนุญาตให้ประกอบการข้าว ซึ่งเปิดดำเนินธุรกิจค้าข้าวโดยไม่ได้ขอรับหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าว 11 ราย กรมฯ จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจในพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000  บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ  และฝ่าฝืนพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 จำนวน 2 ราย ใช้เครื่องวัดความชื้นขาดอายุการรับรอง และคิดค่าบริการชั่งน้ำหนักโดยไม่มีหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ จึงประสานสำนักงานชั่งตวงวัดจังหวัดในพื้นที่ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในจะจัดส่งสายตรวจออกตรวจสอบผู้ประกอบการค้าข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้แก่เกษตรกร หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายข้าวเปลือก รวมทั้งพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย