fbpx

ดีอีเอสโชว์ผลงานสกัดข่าวปลอมตลอดปี63

กรุงเทพฯ 22 .ดีอีเอส สรุปสถิติข่าวปลอมและเว็บ สื่อโซเชียลผิดกฎหมายในรอบปี 63


นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ในการปราบปรามข่าวปลอม และเว็บไซต์/สื่อสังคมออนไลน์ผิดกฎหมายว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 18 ธันวาคม 2563 พบว่า มีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 39,209,284 ข้อความ โดยมีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 20,829 ข้อความ และหลังจากคัดกรองพบจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 7,420 เรื่อง โดยช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ การสนทนาบนโลกออนไลน์ที่เป็นกระแสเกี่ยวกับข่าวปลอม​ พบจำนวน 38,956,319 ข้อความ คิดเป็นสัดส่วนถึง ร้อยละ 99.35 รองลงมา คือ บัญชีไลน์ทางการ เฟซบุ๊กเพจและเว็บไซต์ทางการของศูนย์ฯ ตามลำดับ ทั้งนี้ เมื่อแยกประเภทข่าวที่ต้องตรวจสอบ 7,420 เรื่อง มากกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 56 เป็นข่าวในหมวดสุขภาพ มีจำนวน 4,190 เรื่อง ตามมาด้วยหมวดนโยบายรัฐ 2,809 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 38 หมวดเศรษฐกิจ266 เรื่อง คิดเป็น ร้อยละ 4 และหมวดภัยพิบัติ 155 เรื่อง หรือประมาณ ร้อยละ 2

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ด้านเพจอาสา จับตา ออนไลน์ มีประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเว็บ/สื่อสังคมออนไลน์ผิดกฎหมายเข้ามาตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม – 17 ธันวาคม 2563 รวมทั้งสิ้น 39,300 เรื่อง หรือเฉลี่ยวันละ 280 เรื่อง โดยหลังจากตรวจสอบข้อมูลมีการเก็บหลักฐานนำส่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการ 16,048 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 41 ส่วนอีก 23,222 เรื่อง หรือร้อยละ 59 การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบยูอาร์แอล/หลักฐาน โดยสาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีการลบโพสต์หรือยูอาร์แอลนั้นไปก่อนแล้วเนื่องจากเกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมาย


ส่วนที่มีการเก็บหลักฐานและส่งดำเนินการตามกฎหมาย พบว่า เป็นประเภทความผิดด้านความมั่นคง ร้อยละ 42.72 จำนวน6,855 เรื่อง ตามมาด้วย การเมือง ร้อยละ 26.43จำนวน  4,241 เรื่อง, การพนันออนไลน์ ร้อยละ 17.73 จำนวน 2,845 เรื่อง, อื่นๆร้อยละ 10.94 จำนวน 1,756 เรื่อง, การหลอกลวง ร้อยละ  1.19 จำนวน 191 เรื่อง, ข่าวปลอม ร้อยละ 0.63 จำนวน 101 เรื่องและลามก ร้อยละ 0.37 จำนวน 59 เรื่อง สำหรับการแจ้งเตือนแพลตฟอร์มต่างๆ ตามมาตรา 27 แห่งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 7 ครั้ง จำนวน 8,443 ยูอาร์แอล แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 5,494 ยูอาร์แอล โดยปิดกั้นแล้ว 3,107 ยูอาร์แอล, ยูทูป 1,755 ยูอาร์แอล ปิดกั้นแล้ว 1,722 ยูอาร์แอล, ทวิตเตอร์ 674 ยูอาร์แอล ปิดกั้นแล้ว 63 ยูอาร์แอล และอื่นๆ จำนวน 520 ยูอาร์แอล ปิดกั้นแล้ว 133 ยูอาร์แอล

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากระทรวงดีอีเอส รับนโยบายรัฐบาลในการรุกกวาดล้างเครือข่ายการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ถึงปัจจุบัน ได้ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เร่งดำเนินการจนสามารถสืบสวน และดำเนินการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ มีคำสั่งศาลให้ระงับการแพร่หลายข้อมูลการพนันแล้ว จำนวน 1,711 ยูอาร์แอล  ขณะที่ ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ผลการปฏิบัติการปิดกั้นเว็บการพนันออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 17 ธันวาคม 2563 ได้ดำเนินการปิดกั้นแล้ว 299 ยูอาร์แอล จับกุมผู้ต้องหาได้ 143 ราย คิดเป็นมูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 35,000 ล้านบาท

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2564 ที่จะมาถึงนี้ กระทรวงดีอีเอสชวนให้ 4 หน่วยงานในสังกัดได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จัดเตรียมของขวัญจำนวน 9 โครงการ เพื่อมอบให้กับประชาชน อาทิ บริการแจ้งเตือนภัยธรรมชาติผ่านเอสเอ็มเอส/ข่าวสารอุตุฯ โปรฯฟรีค่าโทรและไวไฟ ส่วนลดเติมเงินมือถือ ส่ง ส.ค.ส. ฟรีทางไปรษณีย์ และส่วนลด ร้อยละ 20 สำหรับการซื้อสินค้าผ่าน www.thailandpostmart.com ครบทุก 500 บาท พร้อมส่งฟรีทั่วไทย -สำนักข่าวไทย.


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ชวนปชช.สวดมนต์สร้างขวัญกำลังใจ 11 พ.ค.

“อนุชา” เชิญชวนประชาชนร่วมสวดมนต์พร้อมกันทั่วประเทศ 11 พ.ค. นี้ สร้างขวัญกำลังใจในยามวิกฤติโรคระบาด เพื่อเป็นสิริมงคลของประเทศ

เฝ้าระวังคลัสเตอร์ 9 พื้นที่ใน กทม.

ศบค. เฝ้าระวังคลัสเตอร์ 9 พื้นที่ใน กทม. ชี้ผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมสร้างโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมที่ศูนย์ประชุมแจ้งวัฒนะ

ไทยได้สิทธิผลิตยา “ฟาวิพิราเวียร์” รักษาผู้ป่วยโควิด

ไทยได้สิทธิผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้เอง ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมประสานสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตยาแล้ว

ข่าวแนะนำ

แพทย์เผยแม่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถให้นมบุตรได้

กรมการแพทย์ เผยแม่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพราะเชื้อโควิด-19 ไม่ติดต่อผ่านทางน้ำนมแม่ แต่จะต้องป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด

ชื่นชม รพ.กระบี่ ผ่าคลอดแม่ติดโควิดรายแรก ปลอดภัยทั้งแม่-ลูก

โซเชียลแห่ชื่นชมทีมแพทย์ พยาบาล รพ.กระบี่ ผ่าคลอดหญิงป่วยโควิด-19 สำเร็จเป็นรายแรกของ จ.กระบี่ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก ทีมแพทย์-พยาบาล เผยมีการซ้อมความปลอดภัยเป็นอย่างดี รู้สึกภูมิใจมาก