กบข.โชว์ผลตอบแทน 11 เดือน ร้อยละ 4.81

กรุงเทพฯ  30 พ.ย. –  กบข.โชว์ผลตอบแทน 11 เดือน อยู่ที่ร้อยละ 4.81 หวังปีนี้อาจสูงถึงร้อยละ 5  พร้อมวางแผนการลงทุนปี 60 อย่างระมัดระวัง ลดสัดส่วนตลาดหุ้นเกิดใหม่ เพิ่มลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. เปิดเผยว่าปี 2559 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโตร้อยละ 3.2 เป็นผลจากภาคเกษตรฟื้นตัว ภาคการท่องเที่ยวเติบโต ภาครัฐสนับสนุนนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ผลการดำเนินงานของ กบข.ปีนี้ยังเติบโตสูงกว่าที่คาด โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ร้อยละ 4.81  และคาดว่าผลตอบแทนปีนี้อาจจะถึงร้อยละ 5 ตามเป้าหมาย  หากไม่มีภาวะหุ้นตกรุนแรงและอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ไม่พุ่งแรงจนกระทบต่อผลตอบแทนของ กบข.

ทั้งนี้  หากพิจารณาผลงานของ กบข.ปีนี้พบว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสูงถึงร้อยละ 16 การลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่เฉลี่ยผลตอบแทนร้อยละ 10 และการลงทุนในตลาดหุ้นพัฒนาแล้วร้อยละ 5  ส่วนอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ตั้งกองทุนอยู่ที่ร้อยละ 6.62 สินทรัพย์สุทธิของกองทุน  ณ สิ้นเดือนตุลาคม  2559 มีมูลค่า 757,950 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนส่วนสมาชิก 355,444 ล้านบาท กองทุนส่วนสำรอง 402,506 ล้านบาท


นายสมบัติ กล่าวว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2560 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.3 ขณะที่เศรษฐกิจโลกเติบโตร้อยละ 3.1 ซึ่ง กบข.จะวางกลยุทธ์การลงทุนปี 2560 ให้สอดคล้องกับความผันผวน โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่ลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 3-4  จะเพิ่มความระมัดระวังและอาจลดสัดส่วนลงจากผลกระทบของแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ  (เฟด) ที่จะปรับขึ้น 2 ครั้งในปีหน้า  นโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ความเปราะบางของเศรษฐกิจยุโรป  ซึ่งจะสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน นอกจากนี้ ต้องปรับการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการไหลเข้า- ออกของเงินทุนภูมิภาค  ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 7 หรือประมาณ  25,000 ล้านบาท เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศและ ยังมีมุมมองที่ดีต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง การเลือกตั้งที่ยังเดินตามโรดแมพจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติได้ คาดหวังในช่วง 3 ปีข้างหน้าผลตอบแทนจากหุ้นไทยจะอยู่ที่ร้อยละ 8-10 อย่างไรก็ตาม กบข.จะเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอีกร้อยละ 1-2  ในช่วงเวลา 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 14 เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานตราสารหนี้  เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง

นอกจากนี้ กบข.ยังเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการสร้างความเพียงพอให้กับเงินของสมาชิก เช่น ให้แผนสมดุลตามอายุ และ ให้สมาชิกสามารถออมเพิ่มได้มากกว่าร้อยละ 15 และจะเน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อเข้าถึงสมาชิกทุกคน.- สำนักข่าวไทย

 


 

 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

“กริพเพน” ครั้งแรกในไทย เครื่องบินวิ่งบนถนน

วันนี้กองทัพอากาศได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยการใช้ถนนเป็นรันเวย์สำหรับเครื่องบินรบ

รัฐบาลแจงส่ง 45 อุยกูร์ให้จีน กลับคืนสู่ครอบครัวปลอดภัย

รัฐบาลแจงเหตุส่งชาวอุยกูร์ 45 คนให้จีน ยืนยันกลับคืนสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย แสดงให้เห็นว่าจีนเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน

เปิดใจผู้รอดชีวิตจากรถบัสมรณะ 18 ศพ

โศกนาฏกรรมรถบัสมรณะ 18 ศพ สร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ให้กับชาว อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ วันนี้ทีมข่าวสำนักข่าวได้สัมภาษณ์เปิดใจผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ราวกับปาฏิหาริย์

“อนุทิน” สั่งยกระดับเข้มงวดเข้าออกจุดผ่านแดนไทย

“อนุทิน” สั่งยกระดับความเข้มงวดในการเข้าออกจุดผ่านแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ป้องกัน ปราบปราม ยาเสพติด อาชญากรรมทุกประเภท ภายใต้ปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี