คลังเรียกความเชื่อมั่นต่างชาติชูแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ

ฮ่องกง 14 ม.ค. – คลังเรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ ชูแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ ผลักดันเอสเอ็มอีเข้าตลาดฮ่องกงและจีน 


นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมกล่าวปาฐกถาในการประชุม Asian Financial Forum (AFF) ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Redefining Growth: Innovation, Breakthrough, Inclusiveness” เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งการประชุมดังกล่าวจัดโดยรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง ( HKTDC) ซึ่งเป็นเวทีการประชุมนานาชาติรวมผู้บริหารระดับสูงจากภาคการเงินจากภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 3,300 คน 


นายอุตตม กล่าวว่า หัวข้อการประชุมครั้งนี้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา และกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย เพื่อผลักดันนวัตกรรมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นประเด็นสำคัญผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) และการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) การใช้เทคโนโลยีด้านการเงินเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดำเนินโครงการ National e-Payment และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และธุรกิจสตาร์ทอัพ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม โดยการลงทุนด้านการศึกษาการวิจัยและพัฒนา ทั้งนี้ การผลักดันกรอบนโยบายทั้งหมดนี้ เชื่อมั่นได้ว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม การเติบโตแบบมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่ยั่งยืน 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้พบปะหารือกับนายปีเตอร์ แลม ประธานสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง ในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง 2 ฝ่ายตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้ร่วมกันลงนาม เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ในเรื่องเอสเอ็มอีทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะมีโครงการริเริ่มร่วมกัน เพื่อหาโอกาสและลู่ทางทางธุรกิจของเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกงและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยฝ่ายไทยจะมีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับ HKTDC โดยคาดว่าโครงการริเริ่มนี้จะดำเนินการปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งการดำเนินงานระยะแรกฝ่ายฮ่องกงจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำแนวทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกงและสาธารณรัฐประชาชนจีน และจะนำไปสู่การจับคู่ทางธุรกิจในลำดับต่อไป ทั้งนี้ จะเริ่มต้นจากภาคธุรกิจเป้าหมายที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ อาหารและผลไม้แปรรูป กลุ่มธุรกิจที่เน้นการออกแบบ การสร้างภาพยนตร์ เป็นต้น โดยความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งให้เกิดการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมระหว่างไทย ฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีน  


นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีโอกาสหารือกับคณะผู้แทนภาคการเงินการธนาคารในฮ่องกง โดยได้แลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกันเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และการดำเนินการของผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ คณะผู้แทนภาคการเงินการธนาคารสนใจเข้ามาลงทุนและแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศต่อไป.-สำนักข่าวไทย  

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า