ปรับปรุงแผนพีดีพี 2018 เร่งโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ฯ เร็วขึ้น 2 ปี

กรุงเทพฯ 8 ม.ค. – ก.พลังงานปรับแผนพีดีพี 2018 เร่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี 2 โรงเข้าระบบเร็วขึ้น 2 ปี ภายในปี 2568 เปิดช่อง กฟผ.นำเข้าก๊าซเอง ด้านสัญญาก๊าซหลัก ปตท. ลงนาม 10 ปี ปริมาณเฉลี่ย  3.5 ล้านตัน/ปี   


นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานคณะกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ในส่วนของการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว 2018 (2561-2580) เบื้องต้นจะมีการปรับแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีจากเดิม 1,400 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 2 โรง ๆ ละ 700 เมกะวัตต์ เข้าระบบปี 2570 และ 2572 ให้เป็นเข้าระบบปี 2568 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงภาคใต้ หลังจากโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ชะลอการก่อสร้าง ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ส่วนการสรรหาก๊าซมาป้อนให้โรงไฟฟ้านั้น  สั่งให้  กฟผ.ทำแผนมาให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการรูปแบบไหน โดยก่อนหน้านี้ กฟผ.เคยศึกษาเรื่องการนำเข้าแบบคลังลอยน้ำ หรือ FSRU 

ส่วนก๊าซสัญญาหลักระยะยาวเพื่อความมั่นคง ( GLOBAL DCQ) ที่ กฟผ.จะทำสัญญาซื้อจาก ปตท. นั้น คณะกรรมการ กฟผ.เห็นชอบให้ทำสัญญาจัดซื้อเฉลี่ย 3.5 ล้านตัน/ปี หรือประมาณ  490 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เป็นระยะเวลา 10 ปี และให้ กฟผ.จัดหาเอง 1.5 ล้านตัน/ปี หรือ 210 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน  ในช่วงปี 2563-2564 ที่จะนำมาใช้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้และโรงไฟฟ้าบางปะกง โดยแต่ละปี กฟผ.มีความต้องการก๊าซ 5-6 ล้านตัน/ปี  


นอกจากนี้ ได้เร่งให้ กฟผ.เจรจากับเมียนมาและกัมพูชาในการขายไฟฟ้า ในส่วนสำรองที่เหลือแต่ละปีกว่า ร้อยละ 30 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ  โดยล่าสุด กฟผ.แจ้งว่าได้หารือกับกัมพูชาเพื่อวางแผนขายไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ในอนาคต จากปัจจุบันไทยขายให้แล้ว 200 เมกะวัตต์ โดยจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณการขายและปรับแผนการสร้างระบบส่งเชื่อมโยงไทย – กัมพูชา เพื่อพัฒนาระบบสายส่งเป็นแรงดัน 500 เควีในอนาคต เช่นเดียวกับเมียนมาจะมีการพัฒนาสายส่งด้านจังหวัดตาก เบื้องต้นจะมีการจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์ 

นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บมจ.ปตท. กล่าวว่า สัญญาซื้อขาย หลักของ กฟผ.แต่ละปีจะมีปริมาณไม่เท่ากัน โดยในช่วงแรกจะมีความต้องการสูงและลดลงในช่วงสัญญาท้าย ๆ โดยในส่วนของ ปตท.ยังมีลูกค้าส่วนอื่น ๆ ทั้งโรงไฟฟ้าเอกชนและอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถทำตลาดจำหน่ายได้และจำหน่ายในราคาตลาด ที่แข่งขันได้

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า การดำเนินงานปี 2563 นั้น กฟผ.จะเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อเสริมระบบตามแผนพีดีพี 2018 โดยเตรียมเสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้ง 8 โรง รวมกำลังผลิต 5,400 เมกะวัตต์ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้สำเร็จภายในปี 2563 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้า หากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าผ่านมติ ครม.แล้วจะเริ่มสร้างโรงแรกคือ โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทนและโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1-2 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ประมาณปี 2568 


นอกจากนี้ กฟผ.พร้อมเดินหน้าตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน Energy for All ค้นหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งจะเดินหน้าด้านการเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าของอาเซียน  ซึ่งได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อศึกษาการเตรียมพร้อมตลาดการซื้อขายไฟฟ้าในประเทศและระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ในด้านการแสวงหาโอกาสในอนาคตนั้น กฟผ.ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน ดำเนินการ Smart City และ ERC Sandbox เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานภายในพื้นที่ และดำเนินการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ให้เป็น EGAT Energy Excellence Center โดยตั้งเป้าหมายให้เป็น ZERO Building ลดการใช้พลังงานจากระบบไฟฟ้า โดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนจากแหล่งต่าง ๆ ที่จะติดตั้งภายในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร” เทียบเชิญพรรคประชาชน ตั้งรัฐบาล

กทม. 29 ส.ค.-“อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร” เทียบเชิญพรรคประชาชน ตั้งรัฐบาล? พร้อมฟังเงื่อนไข “อนุทิน” ยิ้มหลังนักข่าวแซว “สดใสจังเลยออร่านายกฯ คนใหม่หรือเปล่า” เวลา 17.55 น. นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายไชยชนก ชิดชอบ และนายภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางไปยังพรรคประชาชน เข้าพบนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และกรรมการบริหารพรรค​ คาดว่าเป็นพูดคุยหารือรับข้อเสนอในการโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ โดยทันทีที่นายอนุทิน นั่งรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กจ 1111 นครราชสีมา มาถึงยังพรรคประชาชน ได้เปิดประตูลงจากรถและทำหน้าตกใจเมื่อเห็นกองทัพนักข่าวมาดักรอ และแซวนักข่าวว่า “มาเยอะกว่าพรรคภูมิใจไทยอีก” นักข่าวถามวันนี้มีการหารืออะไรกับหัวหน้าพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า “ขอขึ้นไปพูดคุยกับหัวหน้าก่อน” จากนั้นผู้สื่อข่าวแซวว่า “สดใสจังเลยออร่านายกคนใหม่หรือเปล่า“ โดยนายอนุทิน มีสีหน้ายิ้มแย้ม และพูดย้ำว่า “ขอขึ้นไปพบหัวหน้าก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร“ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในอาคารของพรรคฯ พร้อมกับพูดว่า “เพิ่งเดินทางมาที่พรรคประชาชนเป็นครั้งแรก” […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า […]