ส่งผู้ต้องหาหนีศาลพัทยายื้อชีวิต หลังยิงตัวเองสาหัส

สระแก้ว 6 พ.ย. – เจ้าหน้าที่นำตัว 2 ผู้ต้องหาหนีศาลจังหวัดพัทยา ส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เพื่อให้แพทย์ยื้อชีวิต หลังยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัส



ความคืบหน้ากรณีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 บุกจับกุมผู้ต้องหาสามีภรรยาที่หนีศาลจังหวัดพัทยา คือ นายบาร์ต อัลเลน เฮลมัส และ น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ โดยพบว่าทั้งคู่ถูกยิงที่ศีรษะ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายบาร์ตใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงขู่ชุดจับกุม 2 นัด จากนั้นได้จ่อยิงศีรษะภรรยาบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงศีรษะตนเองบาดเจ็บสาหัส ตำรวจจึงนำตัวใส่ท้ายกระบะ ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน


ล่าสุดมีรายงานว่า ทีมแพทย์ได้ทำ CPR เพื่อยื้อชีวิตนายบาร์ต ก่อนพบสัญญาณชีพจร และเร่งเคลื่อนย้ายออกจากโรงพยาบาลวัฒนานคร ไปส่งที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ซึ่งห่างออกไป 20 กิโลเมตร เพื่อทำการรักษาต่อไป. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เหล้าเถื่อนลาว

เสียชีวิตรายที่ 6 คลัสเตอร์เหล้าเถื่อนในลาว

คลัสเตอร์เหล้าเถื่อนในลาว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตเพิ่มรายที่ 6 เป็นหญิงชาวออสเตรเลีย เสียชีวิตขณะรักษาตัวในไทย

ย้ายเจ้ากรมยุทธศึกษา ทบ.

ย้ายเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก ช่วยปฏิบัติราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก หลังถูกร้องทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมช่วยเจ้าทุกข์ย้ายหน่วยตามร้องขอ

ไฟไหม้โรงงานพัดลม เผาวอดเสียหายกว่า 50 ล้าน

ไฟไหม้โรงงานผลิตพัดลมรายใหญ่ จ.สมุทรสาคร ระดมรถดับเพลิงระงับเหตุ กว่า 5 ชม. จึงควบคุมไว้ได้ในวงจำกัด เบื้องต้นเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

จับหมอดังฟอกเงิน

ออกหมายจับ “หมอดัง” พร้อมพวกรวม 9 คน “ฉ้อโกง-ฟอกเงิน”

ตำรวจออกหมายจับ “หมอดัง” พร้อมพวกรวม 9 คนข้อหา “ฉ้อโกง-ฟอกเงิน” ล่าสุดจับได้แล้ว 6 คน ส่วนอีก 3 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว เบื้องต้นมีข้อมูลว่า “หมอดัง” หนีออกนอกประเทศตั้งแต่ ก.ย.ที่ผ่านมา

“เหนือ-อีสาน-กลาง” อากาศเย็น ภาคใต้ฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ รายงานภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

โค้งสุดท้าย ศึกสองนารีชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นครฯ

เหลือไม่ถึง 2 วันแล้ว ที่ชาวนครศรีธรรมราชจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.นครฯ ศึกนี้เป็นการสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาฐานที่มั่นไว้ให้ได้ อีกฝ่ายต้องการเจาะฐานให้แตก เพื่อหวังครองที่นั่งการเมืองระดับชาติในสมัยหน้า