จี้นายกฯ สั่งเลื่อนแบน 3 สาร จนกว่าหาสารทดแทน

กรุงเทพฯ 21 ต.ค. – ผู้แทนเกษตรกรระบุการใช้พืชสมุนไพรแทนสารเคมีถ้าได้ผลจริง กรมวิชาการเกษตรคงจดทะเบียนนานแล้ว ย้ำเป็นแนวคิดถอยหลังเข้าคลอง จี้นายกฯ สั่งเลื่อนแบน 3 สาร จนกว่าหาสารทดแทน


นายเชิดชัย จิณะแสน กรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและประธานคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ กระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อ รมช.เกษตรฯ  จะมีความคิดให้กรมวิชาการเกษตรนำบัญชีพืชสมุนไพรไทยมาผสมทำสูตรกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชแมลงโรค รวมทั้งสูตรทำปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพเข้าสู่ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน เพื่อสามารถจำหน่ายได้ ทั้งที่มีหน้าที่ดูแลภาคการเกษตร แต่กลับไม่เข้าใจความแตกต่างของ “เกษตรอินทรีย์” และ “เกษตรปลอดภัย” หากเกษตรกรรายใดต้องการทำเกษตรอินทรีย์ก็ต้องไม่ใช้สารเคมี ซึ่งการจัดการแปลงจะเป็นรูปแบบหนึ่ง ส่วนพืชอุตสาหกรรม ได้แก่ อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ผลไม้ พื้นที่รวมกว่า 100 ล้านไร่นั้น ไม่สามารถนำสารสกัดสมุนไพรมาใช้ได้ทั้งหมด หากใช้ได้กรมวิชาการเกษตรและสถาบันวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ต้องขึ้นทะเบียนหรือรับรองประสิทธิภาพมานานแล้ว 

นายเชิดชัย กล่าวต่อว่า เหลือเพียงวันเดียวคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะลงมติเรื่องสำคัญที่เป็นประวัติศาสตร์ของภาคการเกษตรไทย โดยกรรมการส่วนหนึ่งไม่สามารถลงความเห็นได้อย่างเป็นอิสระตามหลักวิชาการ เนื่องจากถูกนักการเมืองบังคับ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เลื่อนการพิจารณาเกี่ยวกับสารเคมี 3 ชนิดไปก่อนจนกว่าจะหาสารหรือวิธีการทดแทนที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกันได้ ระหว่างนี้มีประกาศกระทรวงเกษตรฯ 5 ฉบับในการจำกัดการใช้ที่สามารถควบคุมให้ผลผลิตการเกษตรปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภคอยู่แล้ว เมื่อมีข้อมูลทางวิชาการและผลวิจัยชัดเจนจึงพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง


“หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังฝืนจะพิจารณาเรื่องนี้วันที่ 22 ตุลาคม เท่ากับว่ากรรมการทั้ง 29 คนจะนั่งอยู่บนกองไฟแล้วลงความเห็นท่ามกลางความกดดันของกลุ่มที่หนุนและต้านจะเป็นการตัดสินชะตาชีวิตเกษตรกรไทยในภาวะที่คับขัน จากนโยบายของรัฐบาลที่จะปฏิรูปภาคเกษตรเป็นเกษตร 4.0 กลับกลายถอยหลังเข้าคลองเป็นเกษตร 0.4” นายเชิดชัย กล่าว 

มีรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับนัดหมายจะให้ผู้แทนเกษตรกรพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดเข้าพบ เพื่อชี้แจงถึงความเดือดร้อนและขอทราบแนวทางแก้ปัญหาเรื่องข้อเสนอยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดในเวลา 15.00 น.วันนี้ ซึ่งทางผู้แทนเกษตรกร กล่าวว่า หาก รมว.เกษตรฯ ไม่มาตามนัด ส่งผู้แทนมารับเรื่องจะเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทันที.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สำนักสงฆ์หูตาทิพย์

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์”

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์” พระอ้างใช้สอนวิปัสสนากรรมฐาน เบื้องต้นอายัดไว้พิสูจน์ดีเอ็นเอ พร้อมเอาผิดหัวหน้าสำนักสงฆ์ ฐานนำศพเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่ใช่สุสานและฌาปนสถาน

“สนธิ” ยื่นถอด “ตั้ม-เดชา” ออกจากทนาย

“สนธิ ลิ้มทองกุล” หอบหลักฐานบุกสภาทนายความ ถอดทนายตั้ม-ทนายเดชา ออกจากทนาย ระบุ ได้รับมอบอำนาจจาก “มาดามอ้อย” แล้ว เดินหน้าเอาผิด ทนายตั้มแบบสุดซอย ไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อผู้รู้กฎหมายอีก

รัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงยืนยันว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มภาคตะวันออกยูเครนเมื่อวานนี้ ตอบโต้ที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธที่ได้รับมอบจากสหรัฐและอังกฤษ

ข่าวแนะนำ

โค้งสุดท้าย ศึกสองนารีชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นครฯ

เหลือไม่ถึง 2 วันแล้ว ที่ชาวนครศรีธรรมราชจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.นครฯ ศึกนี้เป็นการสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาฐานที่มั่นไว้ให้ได้ อีกฝ่ายต้องการเจาะฐานให้แตก เพื่อหวังครองที่นั่งการเมืองระดับชาติในสมัยหน้า

ร้อนระอุโค้งสุดท้าย ศึกชิงเก้าอี้ นายก อบจ.อุดรธานี

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ครั้งนี้ดุเดือดเกินคาด ผู้สมัครจาก 2 พรรคใหญ่ลงชิงชัย ต่างเร่งเครื่องเต็มที่ในโค้งสุดท้าย การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้จังหวัดอุดรธานี ไปติดตามจากรายงาน

ความเห็นนักวิชาการ คดีทักษิณ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ขณะที่นักวิชาการชี้ว่าไม่ได้พลิกไปจากความคาดหมาย และผลจากคดีนี้ ไม่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง