นายกฯ ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ  5 ก.ค.- นายกรัฐมนตรีตรวจติดตามการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร  ขอทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหา ยอมรับการแก้ปัญหาไม่ง่าย แต่เมื่อวันนี้เริ่มแล้ว วันหน้าจะต้องสำเร็จ


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังของกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร  ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และรายงานรายละเอียดในการดำเนินงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จุดแรก นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่โครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณสถานีตำรวจนครบาลบางเขน ซึ่งสำนักการระบายน้ำ กทม. ดำเนินการก่อสร้างบ่อส่งน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก และติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบ 1 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง โดยก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำที่ซอยอัมรินทร์ 3 และบ่อรับน้ำที่ปลายคลองบางบัว เพื่อดึงน้ำฝนที่ท่วมขังบริเวณวงเวียนบางเขนมากักเก็บไว้ในบ่อหน่วงน้ำ เมื่อฝนหยุดตกหรือระดับน้ำในคลองลดต่ำลง จะสูบน้ำที่เก็บไว้ระบายลงคลองบางบัว และอีกส่วนหนึ่งระบายลงคลองรางอ้อรางแก้ว


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ (5ก.ค.) มาตรวจความเรียบร้อยเกี่ยวกับเรื่องการระบายน้ำในหลายจุด หากจุดไหนยังไม่สามารถดำเนินการได้ดี ก็ต้องทำต่อไป  และดีใจแทนประชาชนหมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์ ที่มีระบบแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเจ้าหน้าสำนักระบายน้ำว่า จะเกิดน้ำท่วมขึ้นอีกหรือไม่  และสอบถามถึงการระบายน้ำของท่อน้ำต่างๆ ว่ายังมีปัญหาหรือไม่ หากยังมีอยู่ ก็ขอให้แก้ปัญหาให้ได้  ซึ่งเจ้าหน้าที่รับประกันว่า น้ำจะไม่ท่วม หากฝนไม่ตกนานจนเกินไป

นายกรัฐมนตรีขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักงานระบายน้ำทุกคน ที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา วันนี้ เดินทางมาให้กำลังใจ ต้องการให้ทุกคนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการจราจรและน้ำท่วม  ส่วนปัญหาระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่ยังมีอยู่  เห็นว่าเป็นเพราะบางสายอาจสร้างได้ไม่ยาวพอ ขอให้แก้ปัญหาตรงจุดนี้ด้วย แต่มีบางคนชอบเร่งรัดให้การแก้ปัญหาเสร็จเร็วๆ และต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่  มีตัวแทนจากหมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์ และรุ่นพี่นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 11 นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการขอบคุณ  และเล่าถึงปัญหาน้ำท่วมให้นายกรัฐมนตรีทราบ ขณะที่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ นั่งเรือมาเยี่ยมเยียน  พร้อมเน้นย้ำว่า สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขให้เด็ดขาด สิ่งที่ที่ดำเนินการอยู่ ขอให้ดำเนินการต่อ ทำแล้วแก้ปัญหาให้ได้ ไม่ใช่ทำแล้วมีปัญหาเหมือนเดิม 

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แก้กันง่าย แต่ต้องร่วมมือกันทั้งหมด เมื่อคนเราเดือดร้อนต้องการได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว แต่ขอให้เข้าใจว่าการแก้ไขปัญหาทุกอย่างทำยาก และงบประมาณสูงขึ้นทุกวัน แต่เมื่อวันนี้เริ่มแล้ว วันข้างหน้าก็ต้องเสร็จ 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนพหลโยธิน บริเวณแยกเกษตรศาสตร์ และโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต    . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ชุดค้นหาลงโพรงโซน B, C ลึก 5-6 เมตร ได้กลิ่นแรง ไม่พบผู้สูญหาย

“กู้ภัย” เผยเจาะโพรงพื้นที่โซน B และ C ได้แล้ว พร้อมส่งชุดค้นหาลงโพรงไปตรวจสอบลึก 5-6 เมตร ยังไม่พบผู้สูญหายเพิ่ม แต่ได้กลิ่นแรง เร่งเดินหน้าเครื่องจักรหนักเคลียร์ซากต่อเนื่อง ยันจะช่วยเหลือจนกว่านำร่างสุดท้ายออกมาครบ

รถบัสรับส่งพนักงานพุ่งตกคูน้ำ เจ็บ 21

รถบัสรับส่งพนักงานพุ่งตกคูน้ำ ถนนสายเอเชีย ขาขึ้น จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้บาดเจ็บ 21 คน คาดคนขับหลับใน เบื้องต้นยังไม่พบตัว