เสนอครูยุคใหม่ต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู-มีความรู้ยุค4.0

คุรุสภา 18 ม.ค.-คุรุสภา จัดเสวนาบนเส้นทางวิชาชีพครูยุคใหม่ เนื่องในวันครูเเห่งชาติครั้งที่ 63 ย้ำครูยุคใหม่ต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครู มีความรู้ ยุค4.0 ไม่ใช่สอนเเค่เนื้อหา เเต่ต้องให้เด็กคิดเป็น วิเคราะห์ได้  อย่ามัวคำนึงความก้าวหน้าเเต่ควรมองว่า ได้พัฒนาเด็กมากแค่ไหน     โดยมีครูให้ความสนใจร่วมฟังกว่า 400 คน


คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จัดเสวนาเรื่อง”บนเส้นทางวิชาชีพของครูยุคใหม่”เนื่องในงานวันครูแห่งชาติ ครั้งที่63 ประจำปี 2562 เพื่อให้เห็นภาพ รวมของการเป็นครูยุคใหม่ รวมถึงการทำงานเเละนำเสนอข้อเสนอเเนะเพื่อพัฒนาครูยุคใหม่ให้สอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาของประเทศ โดยมีครูรุ่นใหม่เเลเบุคลากรทางการศึกษาให้ความสนใจเข้าฟังการเสวนากว่า 400 คน


นายบูรพาทิศ  พลอยสุวรรณ์  รองเลขาธิการคุรุสภา  กล่าวว่า  บนเส้นทางเป็นครูยุคใหม่ มีกระบวนการตั้งเเต่การผลิตครูจากสถาบันการศึกษาต่างๆ  คัดกรอง เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพ ผ่านการสอบประกอบวิชาชีพครู การใช้ หรือการจัดการเรียนการสอนของครู เเละเข้าสู่การบริหารงานบุคคลเเละการพัฒนาครู 

ปัจจุบันไทยมีสถาบันที่ผลิตครู 176 แห่งทั่วประเทศ ขณะนี้มีครูที่ถือใบประกอบวิชาชีพครูกว่า 948,074 คน ซึ่งเเบ่งเป็นครูร้อยละ 90 และผู้บริหารสถานศึกษาร้อยละ 8 ขณะที่เเต่ละปีมีนิสิตนักศึกษาที่จบใหม่เข้าขอใบประกอบวิชาชีพครู 36,000 คน


ขณะเดียวกันมีผู้มีใบประกอบอาชีพเเต่ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกันการเรียนการสอน 350,543 คน เเม้ครูจะมีความหลากหลายในสถาบันเเละสังกัด เเต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของใบอนุญาตวิชาชีพครูที่คุรุสภาออกให้ ซึ่งถือเป็นสภาวิชาชีพหนึ่ง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคคือนักเรียน การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเเละเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เเละครูต้องได้ได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมเเละต่อเนื่อง เพราะครูที่มีคุณภาพจะส่งผลให้

คุณภาพการศึกษาดีขึ้นด้วย โดยปัจจุบันการศึกษาไทยยังถูกมองว่า ไม่มีคุณภาพ สู้กับต่างชาติไม่ได้ สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือครูไม่มีคุณภาพ 

รัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2560 จึงกำหนดให้มีการปฏิรูปครู โดยให้ปฏิรูปทั้งกลไกเเละระบบ ซึ่งครูต้องมี 2 คุณสมบัติสำคัญคือต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู และมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ซึ่งครูยุคใหม่ต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้ / เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการศึกษาเเละคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทย นั่นคือ การศึกษาทั้งปวงต้องทำให้เด็กมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน/ รัฐจึงต้องจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเเละได้มาตรฐานสากล ครูยุคใหม่จึงต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

ด้านนางสุปราณี นฤนาทนโรดม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูเเละบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ก.ค.ศ.เป็นองค์กรกลางในการบริงานบุคคล กำหนดว่าเเต่ละโรงเรียน ต้องมีครูจำนวนเท่าใด , ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับครู สรรหาครูผู้ช่วย ,ออกเกณฑ์การพัฒนาครู , ความก้าวหน้า ระบบประเมินวิทยฐานะ , เสริมสร้างความเข้มเเข็งให้กับระบบครูรวมถึงค่าตอบเเทนที่เหมาะสมกับความสามารถเเละประสิทธิสภาพครู  โดยเส้นทางความก้าวหน้าของครู เริ่มต้นที่การเข้ามาเป็นครูผู้ช่วย  ต้องผ่านการประเมิน 2 ปีเพื่อเเต่งตั้งเป็นครู หากเป็นครูได้ 5 ปีจะสามารถขอเป็นครูชำนาญการได้ เเละไต่สู่การเป็นครูเชี่ยวชาญพิเศษต่อไป  เเต่หากอยากทำงานสายบริหาร สามารถเป็นศึกษานิเทศก์ได้ รวมถึงการเป็นผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งหากรักเส้นทางสายครู ก็สามารถเลือกประกอบอาชีพได้ในหลายสายงาน เเต่อย่างไรก็ตามที่สุดของความก้าวหน้า คือการเป็นครูที่มีใจในการพัฒนาเด็ก ซึ่งถือเป็นพลังที่จะเติบโตเเละประสบความสำเร็จสูงสุงในอาชีพครู

ขณะที่น.ส.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูเเละบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า จิตวิญญานของความเป็นครูไม่ได้ดูความก้าวหน้า เเต่ดูว่าครูจะพัฒนาเด็กที่จะช่วยพัฒนาสังคมได้อย่างไร เราสร้างเด็กเเล้วเด็กเป็นอย่างไร ได้ดึงศักยภาพเด็กได้ดีแค่ไหน นั่นคือความมีจิตวิญญาณ เเม้เกษียณเเล้วก็ต้องมี จึงจะเรียกได้ว่าครูเป็นวิชาชีพขั้นสูง ความท้าทายในการเป็นครูยุค 4.0 คือต้องทำให้เด็กคิดเป็น สร้างสรรค์ได้เเละสร้างกระบวนการหรือองค์ความรู้ได้เอง 

โดยที่ผ่านมาสพฐ.ได้ช่วยพัฒนาครูผ่านโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจรหรือคูปองอบรมครู ตามความเชี่ยวชาญเเละถนัดของครูเเต่ละคน ผ่าน 1,207 หลักสูตรออนไลน์ เพื่อส่งต่อในการพัฒนาหรือสอนเด็ก ซึ่งมีครูเข้าอบรม 270,000 คน โดยครู 1 คนไม่ได้เรียนเเค่หลักสูตรเดียว ,โครงการพัฒนาครูผ่านระบบ TEPE ออนไลน์ ซึ่งเปรียบเป็นห้องสมุดเเละการอบรมระบบปิด 160,000 คน  ระบบ PLC ชุมชนเเห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเเบ่งปันประสบการณ์ความรู้กับเพื่อนครู 

ทั้งนี้ สรุปคือการที่ครูยังมองว่าเด็กโง่ เด็กไม่ได้โง่ เเต่ครูยังหาความถนัดเเละความเชี่ยวชาญไม่เจอ นั่นคือครูยังทำงานไม่บรรลุผล การเป็นครูในยุคใหม่ ครูต้องเปลี่ยนความคิด ไม่ใช่เเค่สอนเเค่เนื้อหา เพราะปัจจุบันมีเนื้อหาเยอะ เเต่ควรสอนในการหยิบเนื้อหาเหล่านี้มาเรียนรู้ เเนะวิธีการหาบทเรียน ว่าควรบริโภคเนื้อหาเเบบใด สร้างความคุ้มกันที่ดี และสร้างนักเรียนที่เห็นคุณค่าทำงานไม่ใช่เเค่ทำงานเป็น .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย