พรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาภาคใต้

นครศรีธรรมราช 9 ม.ค.-พรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาใต้ และเศรษฐกิจ ชู ลดเหลื่อมล้ำ แก้ยุติธรรม เห็นพ้องต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ต้องได้รับฉันทามติจากทุกฝ่าย


หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อประชาธิปไตย และเครือข่าย We Watch ร่วมประชุนนโยบายพรรคการเมืองกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้ และการพัฒนาเศรษฐกิจ  มี 4 พรรคการเมืองเข้าร่วม คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอทุกฝ่ายร่วมกันเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม  และเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว  ทุกพรรคการเมืองต้องส่งเสียงดังให้วุฒิสภา 250 คน เปิดโอกาศให้พรรคการเมืองที่ได้เสียงอันดับ 1  รวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล และการได้เป็นรัฐบาล จะต้องให้ความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ไม่น้อยกว่าการต่อสู้กับเผด็จการ  ถ้านักการเมืองมีธรรมาภิบาล เผด็จการจะเกิดขึ้นไม่ได้


นายอภิสิทธิ์  เห็นว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ยังไม่เป็นประะชาธิปไตย และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมแก้  แต่ต้องได้รับฉันทามติจากทุกฝ่าย ความท้าทายในวันนี้ คือ การทำประชาธิปไตยให้ยั่งยืน และพรรคประชาธิปัตย์มีคำตอบ โดยเราต้องให้ประชาชนเป็นใหญ่ และสุจริต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะที่ ปัญหาภาคใต้ ต้องเชื่อมต่อระบบเส้นทางคมนาคมทะเล 2 ฝั่ง และเชื่อมโยงการพัฒนาในพื้นที่ ให้เป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเกษตร  และพรรคประขาธิปัตย์จะสานต่อนโนบายดับไฟใต้  โดยใช้การเมืองนำการทหาร และพัฒนาเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนความเข้าใจอันดีต่อกันทางศาสนา 

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การบริหารประเทศ ต้องกระจายอำนาจให้คนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ออกกฎหมายหลายฉบับที่เป็นปัญหา ดังนั้น เห็นว่า ภายหลังการเลือกตั้ง ควรต้องมีการแก้ไข รวมทั้งรัฐธรรมนูญด้วย ขณะที่ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งตลอด 10 ปี พรรคได้ศึกษาจากงานวิจัย วิธีการแก้ปัญหา ต้องมีความยุติธรรม และปัญหาชายแดนใต้วันนี้ ไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะในพื้นที่ แต่เป็นปัญหาของประเทศและนานาชาติ  ซึ่งเกิดจากปัญหาความเหลื่อมล้ำ   ต้องแก้ด้วยนโยบายพหุวัฒนธรรม ให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา


ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การแก้ปัญหาให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี จะต้องให้อำนาจประชาชนกำหนดอนาคตตัวเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานประชาธิปไตย และให้ท้องถิ่นบริหารกันเอง โดยสามารถจัดการเรื่องรายได้และภาษีในท้องถิ่นได้ ใช้สัดส่วนภาษีส่วนกลางกับภูมิภาคแบบ 50/50      ..- สำนักข่าวไทย   

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า