ชี้ ครม.อุบลฯ พิจารณาหลายโครงการเพื่อพัฒนาพื้นที่

ม.อุบลราชธานี 24 ก.ค.-นายกฯ ระบุ ครม.สัญจร จ.อุบลฯ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ พิจารณาหลายโครงการเพื่อพัฒนาพื้นที่ สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร ยืนยันการลงพื้นที่ไม่ได้มารับข้อเสนอจากฝ่ายใด แต่เป็นการลงมารับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนโดยตรง


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ที่ประกอบด้วย อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และศรีสะเกษ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ โดยตนได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานด้านต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชานี ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่น ๆ ได้ลงพื้นที่ใน 4 จังหวัด ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะถูกนำมาขับเคลื่อนในระดับคณะรัฐมนตรีต่อไป

“ขอยืนยันว่าการลงพื้นที่ไม่ได้เป็นการมารับข้อเสนอจากฝ่ายใด แต่เป็นการลงมารับฟังข้อมูลและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนโดยตรง โดยการอนุมัติงบประมาณต่าง ๆ ก็เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน มีความเหมาะสม และเป็นการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ” นายกรัฐมนตรี กล่าว


นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ส่วนการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีการหารือเสนอแผนงานโครงการต่าง ๆ หลายด้าน หลัก ๆ จะเป็นเรื่องของโลจิสติกส์ การคมนาคมขนส่ง ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ การเพิ่มเส้นทางรถไฟ การเสนอโครงการเพื่อการบริหารจัดการน้ำ เช่น แก้มลง แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และได้สั่งการเพิ่มเติมในเรื่องการขุดลอกคูคลองธรรมชาติที่มีอยู่เดิม นอกเหนือจากโครงการขนาดใหญ่ เพื่อช่วยกระจายน้ำให้ทั่วถึงภายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการเพื่อผลักดันให้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีการยกระดับการทำเกษตรแบบปลอดภัย สู่การทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างอาชีพรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ยังต้องบริหารจัดการที่ดินทำกินอย่างเหมาะสม และต้องให้ผู้ที่อยู่ในภาคเกษตรที่ไม่มีที่ดินทำกิน เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ด้วยการเป็นผู้ทำหน้าที่ด้านขนส่ง หรือการทำการค้าขาย เพราะรัฐคงไม่มุ่งที่จะจัดหาที่ดินทำกินเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาข้อเสนอเพื่อขอเสนอจัดตั้งโรงงานเพื่อสร้างมูลค่าให้กับการเกษตร เช่น โรงงานผลิตเครื่องสำอาง เครื่องดื่ม เป็นต้น ขณะเดียวกันรัฐบาลจะพิจารณาการเสนอขอขยายโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เพื่อให้บริการประชาชนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“ยังมีการพิจารณาโครงการขยายท่าอากาศยานจังหวัดอุบลราชธานี และพัฒนาสนามบินเลิงนกทา จ.ยโสธร และรัฐบาลจะยังผลักดันให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแหล่งท่องเที่ยว เน้นการเดินทางมาพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ตลอดจนการผลักดันให้กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง 2 เป็นแหล่งการค้าชายแดนที่สำคัญ” นายกรัฐมนตรี กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม