ผลักดันศูนย์กลางการพัฒนา SME และ Start Up

อุบลฯ, อำนาจเจริญ 7 ก.ค.61- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติราชการของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ขับเคลื่อนขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์และผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนา SME และ Start Up การขยายเส้นทางรถไฟไปยังด่านชายแดนช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี และเพิ่มเส้นทางรถโดยสารระหว่างประเทศเข้าสู่เมืองเสียมเรียบ จังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา ที่ห้องประชุมพรหมวรราช ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี


นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ประชุมกำกับติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 13 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ได้แก่ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2561 โดยมีรองผู้ว่าราชการและหัวหน้าส่วนราชการจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง 2 ใน 4 จังหวัดศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เข้าร่วมรับมอบนโยบายพร้อมนำเสนอผลงานเด่น โครงการที่เป็นงานปั้นดาวของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ศักยภาพของจังหวัดร่วมถึงปัญหาอุปสรรคและความคืบหน้าในการดำเนินโครงการ ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอความต้องการของแต่ละจังหวัด พร้อมสรุปปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของโครงการ

สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ได้นำเสนอเรื่องเศรษฐกิจหลักของกลุ่มจังหวัดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้านเกษตรอินทรีย์ โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ใน 4 จังหวัด ให้ได้ 8 แสนไร่ ในปี 2564 โดยจากข้อมูลมีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 13,818,180 ไร่ พื้นที่เกษตรอินทรีย์ปัจจุบัน 393,896ไร่ จากจังหวัดอุบลราชธานี 58,300 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.95 เป้าหมาย 200,000 ไร่ ศรีสะเกษ 126,457 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 เป้าหมาย 250,000 ไร่ ยโสธร 134,812 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7 เป้าหมาย 250,000 ไร่ และจังหวัดอำนาจเจริญ 73,789 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4.87 เป้าหมาย 120,000 ไร่ โดยเน้นขับเคลื่อนอาหารปลอดภัย รายได้เพิ่มขึ้น  ลดการใช้สารเคมี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้ ทางจังหวัดศรีสะเกษและยโสธรได้นำเสนอปัญหาในด้านการขาดแคลนแหล่งน้ำได้ขอให้ทางรัฐบาลได้เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องน้ำในการทำการเกษตร และทั้ง 4 จังหวัดจะเป็นกลุ่มที่ผลิตด้านการเกษตรอินทรีย์ ผลิตสมุนไพรอินทรีย์ จะมีการแปรรูปอาหารส่งเสริมเรื่องของ SME ผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผ่านการจัดสร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ด้านอาหาร การเกษตรแปรรูป และเครื่องสำอาง ภายใต้แนวคิดหลักและแผนงานพัฒนา จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนา SME และ Start Up ด้านการเกษตรและอาหาร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน มีศักยภาพสูงขยายตลาดได้ รวมถึงสามารถแข่งขันในตลาดรูปแบบการตลาดนำการผลิต ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อเป้าหมายส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เวียดนามและกัมพูชา ซึ่งมีความได้เปรียบทางศักยภาพ ที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงการค้าชายแดนการท่องเที่ยว ระบบโลจิสติกส์ โดดเด่นทั้งการเกษตรพืชสมุนไพร และเกษตรอินทรีย์ พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะให้สัมภาษณ์ว่า จากการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของกลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง 2 ทราบว่าเป็นพื้นที่มีการรวมกลุ่มการทำเกษตรอินทรีย์  มีความต้องการที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์และมีการแปรรูปเป็นอาหารและสมุนไรอินทรีย์เพื่อให้เป็นสินค้าที่จะสร้างรายได้ให้เป็นรายได้หลักของกลุ่มอีสานตอนล่าง 2 อีกทั้งการขยายเส้นทางการคมนาคม  ให้เชื่อมต่อกันเพื่อความสะดวกในการขนสินค้าอยากให้มีการสร้างทางรถไฟเลียบเส้นทางแม่น้ำโขง และเชื่อมโยงทางรถเข้าไปลาวใต้แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและขยายรถยนต์โดยสารระหว่างประเทศไปเสียมเรียบ  จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งจะทำให้ภาคอีสานตอนล่าง 2 นี้เชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจสามเหลียมมรกต  ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกระจายสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านผ่านด่าน ได้แก่ด่านถาวรช่องเม็ก ช่องยักษ์คุ ช่องสะงำ โดยมี 3 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศลาวและกัมพูชา

นอกจากนี้ ทางรัฐบาลกำลังมีการพิจารณาที่จะมีการสร้างสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 6 ที่อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งจะเป็นเส้นทางให้มีการค้าขายระบายสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อมารับทราบปัญหาเพื่อจะได้ช่วยให้ 4 จังหวัดได้มีการขับเคลื่อนและก้าวต่อไป


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมาติดตามเยี่ยมโครงการเมืองสมุนไพร ณ ศูนย์แพทย์แผนไทยพนา แหล่งท่องเที่ยวโฮมสเตย์บ้านปลาค้าว เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์การส่งเสริมและป้องกันโรค รวมถึงการส่งเสริมความเชื่อมโยงของแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพร ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2561 ด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ คือ ส่งเสริมการปลูกสมุนไพร พัฒนาอุตสาหกรรมให้แข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ ส่งเสริมให้สมุนไพรในการรักษาโรค และมีนโยบายและการบริหารของภาครัฐ 

จังหวัดอำนาจเจริญเป็นหนึ่งใน 13 จังหวัดจากทั่วประเทศที่ได้รับการประกาศเป็นเมืองสมุนไพร จากที่มีพื้นฐานของศูนย์แพทย์แผนไทยพนา ที่เป็นแหล่งบริการด้านแพทย์แผนไทยที่มีชื่อเสียง เป็นศูนย์ฝึกอบรมที่มีคุณภาพ และเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) อีกทั้งมีพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่มีคุณภาพสูง ดังจะเห็นได้จากขมิ้นชันจากอำนาจเจริญมีค่าสาระสำคัญ หรือเคอร์คูมินอยด์ ในระดับสูงกว่ามาตรฐานของประเทศ ซึ่งโครงการเมืองสมุนไพรเป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้าน พัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ของชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ตามแนวทางประเทศไทย 4.0 สอดคล้องกับวิสัยทัศน์จังหวัดอำนาจเจริญ เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางการค้าสู่สากล

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะยังได้เดินทางติดตามเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์บ้านปลาค้าว และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า