ครม. มอบหมาย ธ.ก.ส. ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

ทำเนียบฯ 9 ม.ค.- ครม.มอบหมายให้ธ.ก.ส.ออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่าน 3 มาตรการ   9 โครงการ  


ผู้สื่อข่าวรายว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบ มาตรการช่วยเหลือรายได้น้อยในส่วนของ ธ.ก.ส.   เตรียมวงเงินรองรับ 95,000 ล้านบาท  ผ่าน 3 มาตรการ 9 โครงการ ประกอบด้วย  มาตรการที่ 1 การพัฒนาตนเอง จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ แนวทางที่ 1. โครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่เกษตรกรลูกค้าผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 60  กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย 1 ล้านราย   เพื่อให้วิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การลดต้นทุนการผลิต และจัดทำแผนการผลิต แผนการตลาด และแผนการเงิน  โดย ธ.ก.ส. จัดทำสมุดความดี 1 เล่ม  เป็นเงิน 16 ล้านบาท    2. โครงการเงินฝากกองทุนทวีสุข และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)  ส่งเสริมการออมเมื่อเข้าสู่วัยชราสร้างภูมิคุ้มกัน ในวัยเกษียณ กลุ่มเป้าหมย  90,000 ราย   ให้เปิดบัญชีเงินฝากได้เพียงคนละ 1 บัญชี เท่านั้น  ใช้เงินเปิดบัญชีครั้งแรกต้องครบเต็มจำนวนปีละ 600 บาท  1,200 บาท 6,000 บาท และ 12,000 บาท จากนั้นให้ฝากเงินต่อเนื่องทุกปี สามารถฝากเงินล่วงหน้าเต็มจำนวนได้ไม่เกิน 1 ปี   จากนั้นเมื่อออมปีถัดไปสามารถทยอยฝากเป็นรายเดือนได้จนครบเต็ม ในระยะเวลา 1 ปี  จึงจะได้รับสิทธิ์ในความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ และได้รับสวัสดิการเพิ่มขึ้นเป็นแบบขั้นบันไดตามอายุของการออมของลูกค้า เช่น เงินรับขวัญบุตรแรกเกิด เงินช่วยเหลืองานศพ เงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

มาตรการที่ 2 การพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้   2 โครงการ  ได้แก่  โครงการสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย (XYZ)   เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการพัฒนาอาชี  ระหว่างผู้มีรายได้น้อย หรือเกษตรกรทั่วไปกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และ SMAEs ในพื้นที่ ทั่วประเทศ 77 จังหวัด     


เพื่อจ่ายเงินกู้ให้แก่กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และ SMAEs  เพื่อจ้างผู้มีรายได้น้อย 384,000 ราย ผลิตสินค้าเกษตรที่ตรงกับความต้องการของตลาดผ่านระบบการจ้างผลิตแบบเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) และแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้มีรายได้น้อย  วงเงินสินเชื่อ 45,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ปีที่ 1 วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท จ านวน 100,000 ราย  ปีที่ 2 วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท จำนวน 200,000 ราย  วงเงินสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท จำนวน 384,000 ราย  คิดดอกเบี้ยตามโครงการในอัตราร้อยละ 3.51 ต่อปี คิดจากผู้กู้ร้อยละ 0.01 ต่อปี  รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3.50 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 12 เดือนนับแต่วันกู้ โดยกำหนดวงเงินกู้และหลักประกันเพิ่มเติมและให้ใช้เป็นกรณีพิเศษสำหรับโครงการนี้                

โดย ธ.ก.ส.ขอให้รัฐบาลช่วยรับภาระ กรณีเกิดความเสียหายจาก NPLs ตามโครงการนี้  และไม่นำมาคำนวณรวมเป็น NPLs เพื่อประเมินผล ด้วยการแยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA)  วงเงินงบประมาณที่ใช้ในการด าเนินงานโครงการรวมทั้งสิ้น  4,875 ล้านบาท  รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 3.50 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันกู้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,725 ล้านบาท  โดยให้ ธ.ก.ส.เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจ าปีตามค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจริง   และขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายฝึกอบรม จากงบประจำปีจากรัฐบาล ปีละ 50 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี รวมทั้งหมด 150 ล้านบาท  ดำเนินการตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 – 31 ธันวาคม 2566  ระยะเวลาการจ่ายเงินกู้  ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 – 31 ธันวาคม 2563 

โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสร้างอาชีพเป็นการยกระดับรายได้ก่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพให้กับ ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ  กลุ่มเป้าหมาย ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 400,000 ราย วงเงินสินเชื่อจำนวน  20,000 ล้านบาท  ให้สินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท  คิดดอกเบี้ยเงินกู้ใน 6 เดือนแรก  ในอัตราร้อยละ 0 ต่อปี และตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี) ลดหย่อนหลักประกันเงินกู้ในกรณีใช้บุคคลค้ำประกันหรือบุคคลรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท 


มาตรการที่ 3 ลดภาระหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงิน และลดภาระหนี้ในระบบ  กลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ที่มีหนี้เป็นภาระหนัก  535,137 ราย วงเงิน 126,798 ล้านบาท   โดยการพักชำระต้นเงิน 2 ปี ในระหว่างพักช าระหนี้คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี)  ให้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยนำต้นเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR  ชำระคืนไม่เกิน 7 ปี ปลอดการชำระต้นเงินไม่เกิน 2 ปีแรก  ส่วนต้นเงินอีกไม่เกินร้อยละ 50 ให้น ามาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ และก าหนดช าระคืนตามแหล่งที่มาของรายได้  สัญญาพักชำระหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ช าระต้นเงินร้อยละ 50 แรกได้เสร็จสิ้นภายใน 7 ปี ให้ลดดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ครึ่งหนึ่ง     

ส่วนกรณีลูกค้ารายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 300,000 บาท จ านวน 383,157 ราย (คิดเป็นร้อยละ 71  ของจำนวนลูกค้าที่มีหนี้เป็นภาระหนักทั้งหมด มีต้นเงินคงเป็นหนี้  52,605 ล้านบาท โดยให้ลูกค้าพักการช าระดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 ปี และขอให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.แทนผู้มีรายได้น้อยในอัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี  ธ.ก.ส. รับภาระดอกเบี้ยแทนผู้มีรายได้น้อยประมาณร้อยละ 4.00 ต่อปี  1.4 วงเงินงบประมาณ  ขอให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ ธ.ก.ส.แทนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ไม่เกิน 300,000 บาท  ใน 2 ปีแรก  ทั้งกลุ่มที่พักช าระหนี้และกลุ่มที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้  ในอัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี ของต้นเงินกู้ รวม 52,605 ล้านบาท กรอบวงเงินชดเชย 2 ปี  ปีละ 1,579 ล้านบาท  รวมจ านวน 3,158 ล้านบาท  โดยขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจ าปี  และ ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยแทนผู้มีรายได้น้อยประมาณ  3,847 ล้านบาท  โดยแยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]