ห่วงคนไทยเสียชีวิต โรคหัวใจวายเฉียบพลัน 2 คน/ชม.

กรุงเทพฯ 10 ธ.ค.-สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เปิดเวทีสร้างความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติสำหรับการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน  เฉลี่ยคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ชั่วโมงละ2 คน แนะ ประชาชนควรพกยาอมใต้ลิ้น ร่วมกับ แอสไพริน ติดตัวตลอดเวลา ช่วยรอดชีวิตได้ 


สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินและโครงการป้องกันคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน จัดเสวนา ช่วยชีวิตก่อนหัวใจวายเฉียบพลัน ได้อย่างไร โดยมี นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย นพ.สมชาย กาญจนสุต อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย และ    นพ.ธวัชชัย กมลธรรม คณบดี สหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ร่วมเสวนาสร้างความเข้าใจการช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉิน  


นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า จากปรากฎการณ์คนในวงการบันเทิง นักการเมือง บุคคลมีชื่อเสียง ประชาชนทั่วไป เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ควรนำบทเรียนความสูญเสีย มาสู่แนวทางปฎิบัติและป้องกันอย่างถูกวิธี จากสถิติ ทุกชั่วโมงคนไทยต้องเสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน2คน ซึ่งภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเกือบทั้งหมดเกิดจากหัวใจหัวใจเต้นผิดปกติร้ายแรง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากหัวใจขาดเลือดรุนแรง จากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บแน่นในอกเหมือนถูกเหยียบ หรือรัดแน่น ที่อาจร้าวที่คอ คาง ฟัน ยอดอก หรือร้าวไปที่ไหล่และแขนโดยเฉพาะด้านซ้าย ขณะกำลังออกกำลังกายหรือเครียดมากๆ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจาหภาวะหัวใจขาดเลือดที่จะนำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน  เมื่อมีอาการอย่างนี้ควรนั่งพักทันที หากสักครึ่งนาทีแล้วไม่ดีขึ้น ให้อมยาแก้อาการหัวใจขาดเลือด หรือยาไอเอสดีเอ็น (ISDN) ให้อมยาไว้ใต้ลิ้น1 เม็ดทันที หาก2-3 นาทีไม่ดีขึ้น เรียกคนใกล้เคียงให้การช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล หรือโทรเรียกรถฉุกเฉิน 1669  หากอาการไม่ดีขึ้นให้อมยาใต้ลิ้นเพิ่มอีก1เม็ด  


ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้เพื่ออยากเน้นย้ำการช่วยชีวิตฉุกเฉิน ลดอัตราการเสียชีวิตนอกโรงพยาบาล ให้ประชาชนรู้ทันเหตุที่สามารถป้องกันได้ อย่างโรคหัวใจวายเฉียบพลัน โดยการอมยาใต้ลิ้น เป็นยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หัวใจที่ขาดเลือดได้รับเลือดไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มขึ้น หากใช้ยาอมใต้ลิ้นขณะยังมีสติ ทำให้โอกาสรอดชีวิตร้อยเปอร์เซนต์ แต่หากหมดสติจากหัวใจวายเฉียลพลัน แม้นำส่งโรงพยาบาล โอกาสรอดเพียงร้อยละ10 ดังนั้นแนะนำให้ผู้ป่วยหรือคนทั่วไป พกยาอมใต้ลิ้นไว้ในกระเป๋าเสมอ สามารถที่จะช่วยชีวิตตัวเองและช่วยผู้อื่นได้ด้วย 

สำหรับบุคคลที่ไม่เคยไปตรวจหรือไม่ทราบว่าเป็นโรคหัวใจหรือไม่มีประวัติของโรคเกี่ยวกับหัวใจมาก่อนแต่อาจมีปัจจัยเสี่ยงเช่นมีกรรมพันธุ์ โรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง วัยที่เลย40ในผู้ชาย  หรือผู้หญิงที่หมดประจำเดือน หาดพกยาไว้จะช่วยให้รอดชีวิตได้ หากเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด

ขณะที่อุปนายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เข้าถึงผู้ป่วยได้ภายใน4-5 นาที หลังแจ้งเหตุ แต่อยากวิงวอนให้กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มหน่วยปฎิบัติการและชุดปฎิบัติการให้มีจำนวนมากขึ้น เพิ่มการรับรู้ให้ประชาชนเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีความสามารถในการรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันโดยตรงเพื่อจะได้ตรงไปยังโรงพยาบาลนั้นๆ จะทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิต จากสถิติการนำส่งผิดที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมีมาก แม้จะเร่งประชาสัมพันธ์การปั๊มหัวใจ มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ แต่หากส่งผิดที่โอกาสรอดชีวิตน้อย 

ด้านนพ.ธวัชชัย คณบดี สหเวชศาสตร์ กล่าวว่า อีกตัวยาที่ช่วยให้รอดชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน คือ BABYแอสไพริน หากเกิดอาการดังกล่าวข้างต้น ให้เคี้ยวยา BABYแอสไพริน 1เม็ด แล้วดื่มน้ำตามมากๆ แล้วพยายามให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกแรงๆหรือไอแรงๆเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรับออกซิเจนเข้าไปมากขึ้น ยาทั้ง2 ตัวยา ทั้งยาอมใต้ลิ้นไอเอสดีเอ็นและ BABY แอสไพริน สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาที่มีเภสัชกรแนะนำ อยากให้ประชาชนรับความรู้การช่วยชีวิตเบื้องต้นเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม