ศาลนัดพิพากษา “ยิ่งลักษณ์” คดีจำนำข้าว 25 ส.ค. แถลงปิดคดีด้วยวาจา 1 ส.ค.

ศาลฎีกาฯ 21 ก.ค.- การไต่สวนพยานคดีโครงการจำนำข้าวของ “ยิ่งลักษณ์” เสร็จสิ้นแล้ว นัดฟังคำพิพากษา 25 ส.ค. นัดคู่ความแถลงปิดคดีด้วยวาจา 1 ส.ค. และยื่นแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 15 ส.ค. ศาลฎีกาฯ ยกคำร้อง ไม่ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ  


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันนี้ (21 ก.ค.) มีการไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ที่มีการทุจริตจนรัฐเสียหายกว่า 500,000 ล้านบาท ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยศาลอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย แถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา 09.30 น. และอนุญาตให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 15 สิงหาคม หากไม่ยื่นภายในกำหนด ถือว่าไม่ติดใจยื่นคำแถลงปิดคดี และศาลได้นัดฟังคำพิพากษา วันที่ 25 สิงหาคม เวลา 09.00 น.  

ขณะที่ศาลให้โอกาสอัยการโจทก์ นำพยานบุคคลไต่สวนแล้วถึง 15 ปาก ใช้เวลา 10 นัด และฝ่ายจำเลยไต่สวนพยาน 30 ปาก ใช้เวลา 16 นัด ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่าให้โอกาสคู่ความทุกฝ่ายเต็มที่ในการนำพยานบุคคลไต่สวนแล้วตามหลัก เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามหลักกฎหมายแล้ว ดังนั้น ที่จำเลยยื่นขอส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบทกฎหมายเรื่องดุลพินิจศาลในการไต่สวนพยาน จึงไม่มีเหตุตามรัฐธรรมนูญฯ ก็ให้ยกคำร้องนั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุที่ศาลฎีกาฯ นัดพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว ตรงกับสำนวนคดีฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวกรวม 28 ราย คดีทุจริตระบายข้าว เนื่องจากข้อเท็จจริงหลักฐานเสนอในคดีเชื่อมโยงกัน อีกทั้งองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 2 สำนวน มีจำนวน 5 คน ที่ร่วมพิจารณาทั้ง 2 สำนวน 

หลังเสร็จสิ้นการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ภายหลังการสืบพยานฝ่ายจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าวกว่า 6 ชั่วโมง โดยยังคงมีมวลชนคอยให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์ “ยิ่งลักษณ์ สู้ สู้” “รักยิ่งลักษณ์” พร้อมปรบมือ ให้ดอกไม้ และยังคงร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา บริเวณหน้าศาลฯ 

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า วันนี้คงไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่ขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่มาให้กำลังใจที่ศาลทุกนัด และขอให้ติดตามการแถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 1 สิงหาคมนี้แทน ก่อนทักทายมวลชนและเดินทางกลับในทันที.-สำนักข่าวไทย     


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด