ปตท.เร่งเจรจาสัญญาแอลเอ็นจีระยะยาวรับตลาดเปลี่ยนมือ

กรุงเทพฯ 24 เม.ย. – ปตท.รับมือตลาดแอลเอ็นจีเปลี่ยนแปลงเป็นของผู้ขายใน 5 ปีข้างหน้า เร่งเจรจาสัญญาระยะกลาง-ยาว ปรับพอร์ตให้เหมาะสม เดินหน้าตั้งบริษัทร่วมทุน ปตท.สผ.ลงทุนธุรกิจขั้นกลางแอลเอ็นจีให้เสร็จสิ้นปีนี้รับมือราคาผันผวน


นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บมจ.ปตท. (PTT) ระบุว่า ปตท.เร่งเจรจาทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ระยะกลางถึงยาวให้ได้ในระดับประมาณร้อยละ 70 จากปีนี้ที่คาดว่าจะนำเข้าแอลเอ็นจีตามสัญญาระยะยาวประมาณร้อยละ 60  ส่วนที่เหลือเป็นการนำเข้าจากตลาดจร (spot) หลังมองตลาดแอลเอ็นจียังเป็นตลาดของผู้ซื้อในช่วง 5 ปีนี้ และหลังจากนั้นคาดว่าตลาดจะเป็นของผู้ขาย และเพื่อรองรับความผันผวนของราคาก๊าซระยะยาว ปตท.และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ.จะจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน เพื่อเข้าไปลงทุนในธุรกิจขั้นกลางของแอลเอ็นจีนับเป็นการสร้างห่วงโซ่ธุรกิจ ( Value Chain ) และ ปตท.ยังมองโอกาสการสร้าง Value Chain ในธุรกิจไฟฟ้าด้วย โดยประสานงานใกล้ชิดกับ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีแหล่งเชื้อเพลิงทั้งในส่วนของก๊าซฯ และถ่านหิน 

ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนกับ ปตท.สผ.จะเจรจาเพื่อขอเข้าร่วมลงทุนในแหล่งแอลเอ็นจีและร่วมทุนโครงการแปลงสภาพก๊าซธรรมชาติให้มีสถานะเป็นของเหลว (Liquefaction) ด้วย ซึ่งปัจจุบันเจรจาอยู่กับหลายราย รวมถึงกลุ่มเชลล์ และบีพี รวมถึงแหล่งในประเทศโมซัมบิก ที่ปัจจุบัน ปตท.สผ. ร่วมลงทุนแอลเอ็นจี  และ ปตท.มีแผนจะนำแอลเอ็นจีจากแหล่งนี้ ก็จะดูลู่ทางและเจรจาเพื่อร่วมทุนในการแปลงสภาพแอลเอ็นจี เป็นก๊าซฯ ก่อนนำออกจำหน่าย และในอนาคตจะนำไปสู่การทำ LNG Trading   ซึ่งทั้ง ปตท.และปตท.สผ.ต่างมีเงินสดในมือแห่งละ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มีศักยภาพที่จะรองรับการลงทุนดังกล่าวได้   


“ความต้องการใช้แอลเอ็นจีของไทยจนสิ้นปี 2579 กระทรวงพลังงานคาดจะนำเข้า 34 ล้านตัน/ปี  ทำให้ ปตท.มองเห็นถึงโอกาสสร้าง Value Chain เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอของธุรกิจ และคาดว่าปีนี้ดีลการซื้อกิจการและร่วมลงทุน (M&A) ของธุรกิจปิโตรเลียมน่าจะมีออกมามากขึ้น หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบเริ่มมีเสถียรภาพในระดับ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล” นายวิรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาโครงการแยกก๊าซอีเทนจากแอลเอ็นจี ( Ethane Extraction) มูลค่าหลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อป้อนให้กับโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งจะช่วยชดเชยปริมาณก๊าซฯ ในอ่าวไทยที่จะลดลง ปัจจุบันมีการประสานงานกับ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ซึ่งเป็นผู้ใช้อีเทนในโรงงานปิโตรเคมีอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปีนี้

ทั้งนี้ ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติของตลาดโลกยังคงมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการเป็นแหล่งพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าและการที่หลายประเทศเริ่มมาใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยคาดว่าภายใน 20 ปีข้างหน้าความต้องการใช้ก๊าซฯ ในการผลิตไฟฟ้าอาจอยู่ที่ประมาณร้อยละ  24-25 จากร้อยละ  24 ในปัจจุบัน, ถ่านหิน ลดลงเหลือร้อยละ  24  จากร้อยละ  29-30 ในปัจจุบัน ,น้ำมัน เหลือร้อยละ  29 จาก ร้อยละ 32 ในขณะนี้ และพลังงานทดแทน เพิ่มขึ้นมาที่เกือบร้อยละ  10 จากร้อยละ  3-4  ในปัจจุบัน. – สำนักข่าวไทย


          

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า