CNN อ้างได้ยินเสียงระเบิดทั่วยูเครนเช้ามืดวันนี้

เคียฟ 24 ก.พ.- ผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็น (CNN) และผู้เห็นเหตุการณ์ในหลายเมืองทั่วยูเครนรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังในช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในกรุงเคียฟรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดจากฝั่งตะวันออกของเมือง โดยเป็นทิศทางมาจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเคียฟที่อยู่นอกเมือง 25 กิโลเมตร แต่ไม่ได้ยืนยันว่า ท่าอากาศยานถูกโจมตีหรือไม่ ด้านผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อ้างว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในเขตบอรีสปิลที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเคียฟ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง ขณะที่ชาวเมืองครามาตอร์สก์ซึ่งอยู่ห่างจากแคว้นโดเนตสก์ขึ้นไปทางเหนือ 120 กิโลเมตรเผยว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นอย่างน้อย 2 ครั้ง ชาวเมืองดนิโปร ทางตอนกลางของยูเครนได้ยินเสียงระเบิดไม่กี่ครั้ง ชาวเมืองมาริอูโปล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครนได้ยินเสียงระเบิดทางฝั่งตะวันออกของเมือง ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในเมืองโอเดซซาริมทะเลดำได้ยินเสียงระเบิดดัง 2 ชุด ห่างกันราว 20 นาที ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในเมืองซาโปริชเชีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครนได้ยินเสียงระเบิดไกลมากอย่างน้อย 1 ครั้ง และผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในเมืองเบลโกรอดของรัสเซียที่อยู่ห่างจากเมืองคาร์คิฟของยูเครนขึ้นไปทางเหนือ 80 กิโลเมตรได้ยินดังต่อเนื่องคล้ายกับการยิงปืนใหญ่.-สำนักข่าวไทย

“ไบเดน” สบถใส่นักข่าวถามเรื่องเงินเฟ้อ

วอชิงตัน 25 ม.ค.- ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐสบถใส่ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ ที่ตะโกนถามว่าภาวะเงินเฟ้อมีผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาปีนี้หรือไม่ นายปีเตอร์ ดูซี ตะโกนถามในขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกำลังให้กลุ่มผู้สื่อข่าวออกจากที่ประชุมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเมื่อเย็นวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า สามารถถามเรื่องภาวะเงินเฟ้อได้หรือไม่ และเรื่องนี้เป็นความผิดทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งหมายถึงภาวะเงินเฟ้อสหรัฐที่เพิ่มขึ้นต่อปีทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 ทศวรรษเมื่อเดือนธันวาคม ประธานาธิบดีไบเดนตอบกลับอย่างเหน็บแนมในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวคนอื่น ๆ พากันตะโกนถามอย่างเช็งแซ่ว่า เป็นเพราะมีทรัพย์สินมากขึ้นถึงได้มีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น จากนั้นสบถโดยที่อาจไม่รู้ตัวว่ายังไม่ได้ปิดไมโครโฟนว่า “What a stupid son of a bitch” นายดูซีเผยกับผู้ดำเนินรายการข่าวของฟ็อกซ์ นิวส์ ในเวลาต่อมาว่า ประธานาธิบดีได้โทรศัพท์มาหาเขาในอีกไม่ถึงชั่วโมงว่าไม่ได้มีอะไรเป็นการส่วนตัว นายดูซีวัย 34 ปี เป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวที่มักถามคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์และปะทะคารมกับประธานาธิบดีเดนหลายครั้ง เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ ที่เขาทำงานอยู่ที่มักวิจารณ์ประธานาธิบดีไบเดนและพรรคเดโมแครต ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนรับปากเมื่อครั้งรับตำแหน่งในเดือนมกราคมปีก่อนว่า จะไล่ออกเจ้าหน้าที่ที่ไม่ให้เกียรติผู้อื่น.-สำนักข่าวไทย

นักข่าวติดตามคณะ “บลิงเคน” เยือนอาเซียน ติดโควิด

กัวลาลัมเปอร์ 15 ธ.ค.- กระทรวงต่างประเทศสหรัฐแจ้งว่า ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งที่ติดตามคณะของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนอังกฤษ และ 3 ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นบวก โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงว่า ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งในคณะผู้สื่อข่าว 12 คน มีผลตรวจหาเชื้อเป็นบวกเมื่อวันพุธที่มาเลเซีย ส่วนผู้สื่อข่าวคนอื่น ๆ รวมทั้งนายบลิงเคนและคณะเจ้าหน้าที่ไม่มีใครมีผลตรวจเป็นบวก นายบลิงเคนเดินทางจากกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย มาถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียเมื่อเย็นวันอังคาร และเดินทางต่อมาที่ไทยเป็นจุดหมายสุดท้ายในวันนี้ โดยได้ไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) ที่เมืองลิเวอร์พูลของอังกฤษเป็นแห่งแรกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศสหรัฐตรวจหาเชื้อด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) ทุกวันกับทุกคนที่เดินทางด้วยเครื่องบินลำเดียวกับนายบลิงเคน ส่วนผู้สื่อข่าวที่มีผลตรวจเป็นบวกที่มาเลเซีย เพิ่งมีผลตรวจเป็นลบที่อังกฤษและจาการ์ตา ขณะนี้ถูกแยกกักโรคแล้ว.-สำนักข่าวไทย

เมียนมาจับผู้สื่อข่าวอีก 2 คน

สถานีโทรทัศน์ของกองทัพเมียนมารายงานว่า ทางการได้ควบคุมตัวผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาอีก 2 คน ด้านองค์กรสื่อประณามว่า เป็นการควบคุมตัวโดยผิดกฎหมาย

เมียนมาตั้งข้อหานักข่าวญี่ปุ่นปล่อยข่าวเท็จ

สถานทูตญี่ปุ่นประจำเมียนมาแจ้งว่า ผู้สื่อข่าวอิสระชาวญี่ปุ่นที่ถูกกองกำลังความมั่นคงเมียนมาควบคุมตัวตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ถูกดำเนินคดีเมื่อวานนี้ในข้อหาเผยแพร่ข่าวเท็จ

ตำรวจเมียนมาควบคุมตัวนักข่าวชาวญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาควบคุมตัวผู้สื่อข่าวอิสระชาวญี่ปุ่น ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ประท้วงต่อต้านรัฐประหารในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็นย่านการค้าสำคัญ ซึ่งนับเป็นผู้สื่อข่าวต่างชาติรายแรกที่ถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ยกให้ผู้ดำเนินรายการชนะดีเบตนัดสุดท้าย

แนชวิลล์ 23 ต.ค.- คริสเทน เวลเกอร์ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี (NBC) ในฐานะผู้ดำเนินรายการโต้วาทีหรือดีเบตประธานาธิบดีสหรัฐนัดสุดท้าย ได้รับเสียงชื่นชมจากโลกออนไลน์ให้ผู้ชนะในการดีเบตครั้งนี้ เวลเกอร์วัย 44 ปี ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวและผู้ดำเนินรายการของเอ็นบีซีพยายามห้ามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วัย 74 ปี จากพรรครีพับลิกันและนายโจ ไบเดน วัย 77 ปี จากพรรคเดโมแครตที่แย่งกันพูดในช่วงที่เปิดให้โต้เถียงกันในแต่ละหัวข้อ และตัดบททั้งสองฝ่ายเพื่อให้รักษาเวลา เพื่อนสถานีโทรทัศน์เดียวกันชมเธอว่า คุมรายการได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ นักเขียนคนหนึ่งบอกว่า เวลเกอร์ทำหน้าที่ได้อย่างเยี่ยมยอด ขณะที่โลกออนไลน์หลายคนพากันแชร์คำกล่าวของราเชล แมดโดว์ พิธีกรและผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์เอ็มเอสเอ็นบีซี (MSNBC) ที่ยกให้เวลเกอร์เป็นผู้ชนะตัวจริงของดีเบตครั้งนี้.-สำนักข่าวไทย

สื่อจีนไม่ลงบทความเอกอัครราชทูตสหรัฐ

วอชิงตัน 10 ก.ย.- นายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเผยว่า พีเพิลเดลี หนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ยอมลงบทความของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีน ทั้งที่เจ้าหน้าที่จีนสามารถให้ความเห็นของรัฐบาลในสื่อสหรัฐได้ นายพอมเพโอกล่าวว่า ท่าทีของพีเพิลเดลีแสดงให้เห็นอีกครั้งว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลัวเสรีภาพในการพูดและการถกเถียงทางปัญญาอย่างจริงจัง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการเสแสร้งของจีนที่ร้องเรียนเรื่องไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและต่างตอบแทนในประเทศอื่น ผู้สื่อข่าวสหรัฐถูกจำกัดในการรายงานข่าวหรือแม้แต่จะเดินทางเข้าจีน แต่คนทำงานสื่อของจีนสามารถเข้าถึงการเปิดกว้างในสหรัฐมาโดยตลอด พีเพิลเดลีไม่ยอมลงบทความของนายเทอร์รี แบรนสแทด เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนเรื่อง “การปรับความสัมพันธ์ใหม่ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการต่างตอบแทน” เนื้อหาอ้างถึงความสัมพันธ์สองฝ่ายที่ไม่สมดุล ธุรกิจ ผู้สื่อข่าว นักการทูต หรือแม้แต่ภาคประชาสังคมของสหรัฐไม่สามารถเข้าถึงจีนอย่างเท่าเทียมกับที่ฝั่งจีนเข้าถึงสหรัฐ พีเพิลเดลีออกหนังสือชี้แจงว่า บทความของนายแบรนสแทดไม่เป็นไปตามมาตรฐานของพีเพิลเดลี เพราะเต็มไปด้วยช่องโหว่ และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างรุนแรง พร้อมกับถือโอกาสนี้กล่าวหาสหรัฐว่า กดขี่ผู้สื่อข่าวจีนด้วยการขับไล่และใช้มาตรการจำกัดวีซ่าอย่างเลือกปฏิบัติ สื่อสหรัฐหลายแห่ง เช่น บลูมเบิร์ก ซีเอ็นเอ็น วอลล์สตรีทเจอร์นัลแจ้งเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ทางการจีนไม่ต่ออายุใบอนุญาตผู้สื่อข่าวที่ทำงานในจีน ขณะที่ผู้สื่อข่าวจีนในสหรัฐกำลังรอทางการสหรัฐต่อใบอนุญาต เพราะช่วงเวลาผ่อนผัน 90 วันจะหมดอายุในต้นเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้สหรัฐยังได้ยกเลิกวีซ่าชาวจีนกว่า 1,000 คน เพื่อสกัดนักศึกษาและนักวิจัยจีนที่เชื่อว่ามีสายสัมพันธ์กับกองทัพจีนเข้าสหรัฐ.-สำนักข่าวไทย

จีนอ้างออสเตรเลียเล่นงานนักข่าวจีน

ปักกิ่ง 9 ก.ย.- จีนกล่าวหาหน่วยข่าวกรองออสเตรเลียว่า เล่นงานนักข่าวต่างชาติที่ทำงานกับสื่อทางการจีนในออสเตรเลีย โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงวันนี้ว่า ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัว สำนักข่าวไชนานิวส์เซอร์วิส และบริษัทไชนามีเดียกรุ๊ปถูกหน่วยข่าวกรองออสเตรเลียสอบปากคำ ยึดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ไม่เว้นแม้แต่แท็บเล็ตของลูกเมื่อปลายเดือนมิถุนายน โดยอ้างว่าอาจมีความผิดโทษฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงของต่างชาติ กระทรวงขอย้ำว่า ผู้สื่อข่าวในองค์กรสื่อของจีนปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบออสเตรเลียอย่างเคร่งครัด การกระทำของออสเตรเลียแทรกแซงการทำหน้าที่รายงานข่าวตามปกติของสื่อจีนอย่างร้ายแรง สร้างความเสียหายรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจของผู้สื่อข่าวและครอบครัว ด้านองค์การข่าวกรองความมั่นคงออสเตรเลียไม่ตอบว่า ได้บุกตรวจค้นและสอบปากคำผู้สื่อข่าว 4 คนเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนหรือไม่ เช่นเดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียที่ไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องนี้ ขณะที่รายงานข่าวและเอกสารของศาลระบุว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองและตำรวจออสเตรเลียบุกค้นบ้านพักและที่ทำงานของสมาชิกสภารัฐนิวเซาท์เวลส์คนหนึ่ง อันเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสอบสวนเรื่องจีนหาทางมีอิทธิพลในออสเตรเลีย.-สำนักข่าวไทย

เจ้าของสื่อใหญ่ฮ่องกงบอกนักข่าวสู้ต่อ

ฮ่องกง 12 ส.ค.- นายจิมมี ไหล่ เจ้าของเน็กซ์ดิจิทัล บริษัทสื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่ใหญ่ที่สุดและหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลีบอกกับผู้สื่อข่าวของบริษัทให้สู้ต่อไป หลังจากถูกควบคุมตัวเกือบสองวันก่อนได้รับการประกันตัว นายไหล่ วัย 71 ปี ไปเยี่ยมห้องข่าวของแอปเปิลเดลีในเช้าวันนี้ หลังจากถูกควบคุมตัวนานกว่า 40 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าวันจันทร์และได้รับการประกันตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวหลายคนถ่ายทอดสดออนไลน์ทางเฟซบุ๊กขณะที่เขาบอกกับพนักงานให้ต่อสู้ต่อไป เพราะไม่สามารถปล่อยไห้ชาวฮ่องกงที่ให้การสนับสนุนผิดหวังได้ แม้การทำธุรกิจสื่อในฮ่องกงมีความยากลำบากมากขึ้น แต่ทุกคนควรเดินหน้าทำงานต่อไป พร้อมกับกล่าวเชิงตลกร้ายว่า โชคดีที่ไม่ถูกส่งตัวกลับไปจีนแผ่นดินใหญ่ นายไหล่ถูกจับพร้อมกับพวกประมาณ 10 คน ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเพราะคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ เน็กซ์ดิจิทัลของเขามักวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนและสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ข่าวการจับกุมเขาปรากฏในแถลงการณ์ของทางการจีนหลายครั้ง ขณะที่นานาชาติวิจารณ์ว่าเป็นการเหยียบย่ำเสรีภาพในฮ่องกง นายไหล่เกิดที่เมืองกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีนในเดือนธันวาคม 2491 หลบหนีขึ้นเรือข้ามฟากมาฮ่องกงขณะอายุเพียง 12 ปี ทำงานในโรงงานสิ่งทอตั้งแต่นั้นและไต่เต้าจนได้เป็นผู้จัดการ เขารวบรวมเงินซื้อโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งที่ล้มละลาย สร้างจิออร์ดาโน แบรนด์เสื้อผ้าดังระดับเอเชีย เนายไหล่หันมาเป็นนักวิจารณ์รัฐบาลจีนตั้งแต่เกิดเหตุปราบปรามที่จัตุรัสเทียนอันเหมินปี 2532 และเริ่มจับธุรกิจสิ่งพิมพ์ รวมทั้งเปิดแอปเปิลเดลีในปี 2538 ก่อนที่ฮ่องกงจะกลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของจีนในปี 2540.-สำนักข่าวไทย

ศาลเมืองเดนเวอร์ห้าม ตร.ใช้อาวุธร้ายแรงต่ำกับผู้ประท้วง

ผู้พิพากษาศาลแขวงเมืองเดนเวอร์ของสหรัฐมีคำสั่งห้ามตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กระสุนพลาสติก และอาวุธร้ายแรงต่ำอื่น ๆ เช่น ระเบิดแสง กับผู้ประท้วง

ออสเตรเลียสอบเหตุนักข่าวถูก ตร.อเมริกันทำร้ายหน้าทำเนียบขาว

ออสเตรเลียกำลังสอบสวนเหตุการณ์ตำรวจอเมริกันทำร้ายผู้สื่อข่าวและช่างภาพสถานีโทรทัศน์ออสเตรเลียที่กำลังถ่ายทอดสดการสลายผู้ประท้วงหน้าทำเนียบขาว

1 2 3 4 5 6
...