fbpx

ปานามาร่นระยะห่างวัคซีนเข็ม 3 หลังพบโอไมครอนรายแรก

ปานามาซิตี 22 ธ.ค.- ปานามาจะร่นระยะห่างการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข็ม 3 หรือเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันลงครึ่งหนึ่งจาก 6 เดือนเป็น 3 เดือน หลังจากพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนคนแรกของประเทศ ประธานาธิบดีเลาเรนติโน กอร์ติโซ ทวีตผ่านทวิตเตอร์ว่า การฉีดวัคซีนเข็ม 3 จะมีขึ้นหลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว 3 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 6 เดือน เนื่องจากวัคซีนช่วยป้องกันการเสียชีวิต เขาจึงอนุมัติให้ศูนย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศลดระยะห่างการฉีดเข็ม 3 ลงเหลือ 3 เดือนให้แก่ประชากรวัย 16 ปีขึ้นไป โดยจะเป็นการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ ไม่ว่าเข็มก่อนหน้านี้จะเป็นไฟเซอร์หรือแอสตราเซนเนกาก็ตาม ข้อมูลของรัฐบาลปานามาระบุว่า ประชากร 4 ล้าน 2 แสนคน รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 6 ล้านโดส ประชากรเป้าหมายร้อยละ 90 ได้ฉีดเข็มแรกแล้ว และร้อยละ 80 ได้ฉีดครบ 2 เข็ม ขณะที่มียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า […]

อิสราเอลประกาศให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไปฉีดเข็ม 4

เยรูซาเล็ม 22 ม.ค.- นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ของอิสราเอลประกาศให้ชาวอิสราเอลวัย 60 ปี ขึ้นไปและบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข็มที่ 4 ตามที่คณะผู้เชี่ยวชาญแนะนำ นายกรัฐมนตรีเบนเน็ตต์ทวีตผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้สั่งการให้เตรียมการฉีดเข็ม 4 โดยทันที ก่อนหน้านี้เขากล่าวถึงการที่คณะผู้เชี่ยวชาญโรคระบาดของประเทศแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็ม 4 แก่ชาวอิสราเอลวัย 60 ปีขึ้นไปและบุคลากรทางการแพทย์ว่า เป็นข่าวที่ดีเยี่ยม เพราะจะช่วยให้อิสราเอลฝ่าฟันระลอกคลื่นการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่กำลังถาโถมทั้งโลก ต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเปิดเผยถ้อยแถลงของเขาว่า พลเมืองอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็นกลุ่มแรกของโลก และจะเดินหน้าบุกเบิกเรื่องการฉีดเข็ม 4 ด้วยเช่นกัน ด้านกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลแถลงเพิ่มเติมว่า ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเข้าเกณฑ์รับวัคซีนเข็ม 4 เช่นกัน การฉีดเข็ม 4 จะต้องห่างจากเข็ม 3 อย่างน้อย 4 เดือน ชาวอิสราเอล 9 ล้าน 3 แสนคนฉีดวัคซีนเข็ม 3 แล้วมากกว่า 4 ล้าน 1 แสนคน ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีอิสราเอลได้ประกาศจำกัดการนั่งรับประทานอาหารในห้างสรรพสินค้า และให้เด็กในชุมชนที่มียอดเสียชีวิตสูงและอัตราฉีดวัคซีนต่ำ […]

หมอใหญ่สหรัฐเตือนโอไมครอนระบาดช่วงคริสต์มาส

วอชิงตัน 20 ธ.ค. – นพ. แอนโทนี เฟาชี ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ เตือนว่า การเดินทางในช่วงเทศกาลคริสต์มาสจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบโดส นพ. เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐและหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เผยผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ก่อนหน้านี้และกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก ระบบสาธารณสุขของสหรัฐอาจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของเชื้อดังกล่าว ประชาชนทุกคนยังจำเป็นต้องระมัดระวังตัวไว้ก่อน เช่น การสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม นพ. เฟาชี ยังเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยระบุว่า มีความแตกต่างอย่างมากในด้านความเสี่ยงต่ออาการป่วยรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ฉีดวัคซีนครบสองโดสและฉีดวัคซีนเข็มที่สามกับผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด ก่อนหน้านี้ เขาเคยแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิดเสี่ยงต่ออาการป่วยหนักและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลสูงมาก ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวของ นพ. เฟาชี มีขึ้นในขณะที่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐพรรคเดโมแครต 2 คนคือ เอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 72 ปี และคอรี บูเกอร์ วัย 52 ปี มีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือซีดีซี ระบุว่า มีชาวอเมริกันเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรกเกือบร้อยละ 73 และฉีดวัคซีนเข็มที่สามเกือบร้อยละ 30 โดยพบการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนร้อยละ […]

สิงคโปร์เร่งฉีดวัคซีนโควิดเข็มสามสกัดโอไมครอน

สิงคโปร์ 14 ธ.ค. – สิงคโปร์จะเร่งเดินหน้าโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดเข็มที่สามมากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ระบุวันนี้ว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากต่างประเทศชี้ว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดเข็มสามมีภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีอัตราป้องกันอาการป่วยรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ดังนั้น การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจึงมีความจำเป็นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ยังแจ้งว่า สิงคโปร์พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนทั้งหมด 16 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อ 14 คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และมี 2 คนที่ติดเชื้อในประเทศ ทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดส และเป็นผู้ที่ไม่มีอาการป่วยหรือมีอาการเล็กน้อย โดยที่ทางการสิงคโปร์ยังไม่พบความเชื่อมโยงของการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในชุมชน ก่อนหน้านี้ ทางการสิงคโปร์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 339 คน และผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 273,000 คน และผู้เสียชีวิต 798 คน.-สำนักข่าวไทย

อินโดนีเซียจะเริ่มฉีดวัคซีนโควิดให้เด็ก 6-11 ปี

จาการ์ตา 13 ธ.ค. – อินโดนีเซียจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้เด็กอายุ 6-11 ปีตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไป และจะกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรก ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มฉีดวัคซีนโควิดในกลุ่มเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียเผยว่า อินโดนีเซียได้อนุมัติใช้วัคซีนของซิโนแวคในเด็กอายุ 6-11 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน และตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้เด็กกลุ่มดังกล่าว 26.5 ล้านคน เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า ขณะนี้วัคซีนของซิโนแวคเป็นวัคซีนขนานเดียวที่อินโดนีเซียอนุมัติใช้ในกลุ่มเด็ก และทางการจะจำกัดการใช้วัคซีนดังกล่าวเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุ 6-11 ปีตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป แนวทางนี้จะช่วยเร่งการฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนทุกคนในอินโดนีเซียเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เป็นวงกว้าง และจะเริ่มฉีดวัคซีนโควิดให้เด็กที่อยู่ในกรุงจาการ์ตาและพื้นที่โดยรอบก่อน ข้อมูลของทางการอินโดนีเซียระบุว่า อินโดนีเซียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 4.2 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีเด็กอายุ 0-18 ปีที่ติดเชื้อโควิดร้อยละ 13 และมีผู้เสียชีวิตกว่า 143,000 คน อินโดนีเซียเผชิญกับการระบาดของโรคโควิดอย่างรุนแรงจนทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงถึงวันละ 40,000 คนในเดือนกรกฎาคม แต่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อได้ลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 400 คนในเดือนพฤศจิกายน ขณะนี้ อินโดนีเซียฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบสองโดสให้ประชาชนร้อยละ 38 จากประชากรทั้งหมด 270 ล้านคน ก่อนหน้านี้ จีนได้อนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิดในเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป ขณะที่กัมพูชาได้อนุมัติใช้วัคซีนโควิดในเด็กอายุ 6-12 […]

“สาธิต” กำชับเพชรบูรณ์ เร่งฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุม

“สาธิต” รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการฉีดวัคซีนโควิด-19 จังหวัดเพชรบูรณ์ กำชับหน่วยงานสาธารณสุขสื่อสารทำความเข้าใจให้ประชากรทุกกลุ่มโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีน จัดบริการเชิงรุกในพื้นที่เข้าถึงยาก และฉีดให้กลุ่มแรงงานต่างด้าว เพื่อเพิ่มความครอบคลุมวัคซีนสร้างความปลอดภัยในการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยว

ผู้บริหารฮ่องกงชี้ยังไม่ถึงจุดที่ต้องใช้วัคซีนพาสปอร์ต

ฮ่องกง 7 ธ.ค.- นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเผยว่า การใช้วัคซีนพาสปอร์ตห้ามผู้ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข้าสถานที่สาธารณะหลายแห่ง ยังคงเป็นทางเลือกของทางการ หากต้องส่งเสริมการฉีดวัคซีน แต่ฮ่องกงยังไปไม่ถึงจุดนั้น นางหล่ำกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะผู้บริหารฮ่องกงในวันนี้ว่า แม้ชาวฮ่องกงที่เข้าเกณฑ์ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วร้อยละ 71 แต่การอุบัติขึ้นของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนทำให้เกิดความจำเป็นครั้งใหม่เรื่องการรับวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เธอยังไม่มีรายละเอียดที่จะประกาศเพิ่มเติมเรื่องการบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ตในเวลานี้ แต่ทางการจะไม่ยกเลิกมาตรการนี้อย่างแน่นอน และหากถึงจุดที่จำเป็นต้องเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนเพื่อปกป้องประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุให้ดียิ่งขึ้น และมีการเปิดพรมแดนอีกครั้งซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ ทางการจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตอย่างแน่นอน แต่ขณะนี้ฮ่องกงยังไปไม่ถึงจุดนั้น ผู้บริหารฮ่องกงเผยด้วยว่า หน่วยงานรัฐได้เริ่มจัดอันดับกลุ่มคนที่จะได้ข้ามพรมแดนเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่เป็นกลุ่มแรก ๆ เมื่อมีการเปิดพรมแดนอีกครั้ง โดยจะเน้นชุมชนธุรกิจเป็นหลัก แต่ยังไม่ได้กำหนดตารางเวลาและโควตารายวันอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการเดินทางโดยไม่ต้องกักโรค เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า แผนการใช้วัคซีนพาสปอร์ตของฮ่องกงจะกำหนดให้ผู้นั่งรับประทานอาหารในร้านต้องฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วอย่างน้อย 2 ใน 3 คน โดยอาจจะนำมาใช้อย่างเร็วที่สุดในเดือนมกราคมปีหน้า แต่มีเสียงคัดค้านว่ามาตรการนี้ไม่เป็นธรรม และอาจทำให้ร้านอาหารเสียรายได้มากถึงร้อยละ 20.-สำนักข่าวไทย

เยอรมนีพบคนติดโควิดโอไมครอนแม้ฉีดวัคซีนครบโดส

เบอร์ลิน 1 ธ.ค. – สำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นของเยอรมนีระบุวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในพื้นที่ทางใต้ของประเทศ แม้ว่าทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดส ขณะที่ทางการเยอรมนีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรายวันจากโรคโควิด-19 สูงสุดในรอบ 9 เดือน สำนักงานสาธารณสุขของรัฐบาเดิน-เวอร์ทเทมแบร์กในเยอรมนีระบุว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน 4 คนในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ แม้ทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดสแล้วก็ตาม ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อ 3 คนที่เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ในวันที่ 26 และ 27 พฤศจิกายน และผู้ป่วยติดเชื้ออีกคนเป็นสมาชิกครอบครัวของหนึ่งในผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากแอฟริกาใต้ โดยที่ทั้งหมดมีอาการป่วยเล็กน้อย สถาบันโรเบิร์ต ค็อก หรืออาร์เคไอ ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมและป้องกันโรคของเยอรมนี รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 67,186 คน และผู้เสียชีวิต 446 คน ซึ่งเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ของปีนี้ ทำให้เยอรมนีมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 5.8 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 101,000 คน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของเยอรมนีได้ลงมติเห็นชอบเมื่อวันอังคารในการใช้มาตรการควบคุมการระบาดระลอกที่สี่ เช่น การเร่งฉีดวัคซีนโควิดและการจำกัดการพบปะทางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด นอกจากนี้ บรรดาผู้นำของเยอรมนียังเห็นด้วยต่อการตัดสินใจอย่างหนักแน่นในวันพฤหัสบดีเกี่ยวกับข้อเสนอต่าง ๆ เช่น […]

ฟิลิปปินส์เลื่อนให้ นทท. ฉีดวัคซีนครบเข้าประเทศสกัดโอไมครอน

มะนิลา 29 พ.ย. – ฟิลิปปินส์ประกาศเลื่อนการอนุญาตให้ผู้เดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบโดสเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวออกไปชั่วคราว เพื่อป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่กลายพันธุ์หลายจุดเข้ามาระบาดในประเทศ เพราะมีประชากรฉีดวัคซีนครบโดสเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น หัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์เผยวันนี้ว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจด้านโรคโควิด-19 ของรัฐบาลฟิลิปปินส์เห็นควรว่าจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว เนื่องจากความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นทั่วโลกจากการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอของสิงคโปร์รายงานว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ฟิลิปปินส์ประกาศตั้งเป้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้ประชาชน 9 ล้านคนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปภายใน 3 วันในวันนี้ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสจากประเทศที่ฟิลิปปินส์จัดให้อยู่ในระดับเสี่ยงติดเชื้อโควิดต่ำเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาด อย่างไรก็ดี ฟิลิปปินส์ยังคงไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศ และคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านโรคโควิด-19 ได้ประกาศระงับเที่ยวบินจาก 7 ประเทศในทวีปยุโรปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ประกาศระงับเที่ยวบินจากหลายประเทศในทวีปแอฟริกา ขณะนี้ ฟิลิปปินส์มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 2.8 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 48,000 คน. -สำนักข่าวไทย

ฟิลิปปินส์จะระดมฉีดวัคซีนโควิด 9 ล้านคนให้ได้ใน 3 วัน

มะนิลา 29 พ.ย.- ฟิลิปปินส์เปิดตัวโครงการรณรงค์เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ประชาชน 9 ล้านคน ให้ได้ภายใน 3 วัน พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงและอาสาสมัครจำนวนมากไปช่วยดำเนินโครงการ โครงการที่เปิดตัววันนี้ลดเป้าหมายลงจากเดิมที่ตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนประชาชน 15 ล้านคน ให้ได้ภายใน 3 วัน แต่ยังคงถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในประเทศที่ยังมีคนลังเลที่จะฉีดวัคซีน และมีอุปสรรคด้านโลจิสติกส์ในการเข้าถึงประชาชนที่กระจัดกระจายตามเกาะแก่งต่าง ๆ เป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ได้วันละ 3 ล้านโดส คิดเป็นเกือบ 4 เท่าของอัตราฉีดเฉลี่ยวันละ 829,000 โดสในเดือนพฤศจิกายนนี้ เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ระบุว่า ข่าวการพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนในหลายประเทศทำให้โครงการระดมฉีดวัคซีนมีความเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจะส่งอาสาสมัคร 160,000 คน ไปยังศูนย์ฉีดวัคซีน 11,000 แห่งทั่วประเทศตลอดโครงการฉีดวัคซีน 3 วันนี้ ประชากรฟิลิปปินส์ 110 ล้านคนฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเพียง 35 ล้าน 6 แสนคน หรือราว 1 ใน 3 แต่หากแยกดูเป็นพื้นที่ คนในเขตมหานครมะนิลาฉีดครบโดสแล้วมากถึงร้อยละ 93 แต่คนในชุมชนมุสลิมทางตอนใต้ของประเทศฉีดเพียงร้อยละ […]

สิงคโปร์-มาเลเซียเปิดด่านทางบกวันนี้ให้ผู้ฉีดวัคซีนแล้ว

สิงคโปร์ 29 พ.ย.- สิงคโปร์และมาเลเซียเปิดด่านทางบกที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งในโลกในวันนี้ เพื่อให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้วได้ข้ามพรมแดนอีกครั้ง หลังจากปิดด่านมาร่วม 2 ปี รัฐบาลสิงคโปร์เผยแพร่แนวปฏิบัติใหม่ว่า ชาวสิงคโปร์และมาเลเซียฉีดวัคซีนแล้วที่เป็นพลเมือง เป็นผู้มีสิทธิพำนักถาวร หรือเป็นผู้ถือวีซ่าระยะยาวของประเทศปลายทาง สามารถเดินทางข้ามด่านทางบกโดยไม่ต้องกักโรคได้สูงสุดวันละ 1,440 คน แต่ต้องมีผลตรวจหาเชื้อเป็นลบก่อนเดินทางออกจากฝั่งหนึ่งและเมื่อเดินทางถึงอีกฝั่งหนึ่ง ขณะที่การเดินทางทางอากาศระหว่างสองประเทศสำหรับผู้ฉีดวัคซีนแล้วก็เริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้เช่นเดียวกัน รอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า  นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ยาคอบของมาเลเซียจะเดินทางไปเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันนี้ การปิดด่านทางบกอย่างกะทันหันในเดือนมีนาคม 2563 ทำให้คนจำนวนมากตกค้างในสองฝั่ง หลายคนต้องพรากจากครอบครัวและหลายคนหวั่นใจว่าจะตกงาน เนื่องจากมีชาวมาเลเซียข้ามพรมแดนเข้าไปทำงานในสิงคโปร์มากถึงวันละ 300,000 คน ประชากรสิงคโปร์และมาเลเซียฉีดวัคซีนแล้วร้อยละ 85 และ 80 ตามลำดับ โดยเมื่อวันอาทิตย์สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 747 คน น้อยที่สุดนับจากกลางเดือนกันยายน ขณะที่มาเลเซียพบ 4,239 คน น้อยที่สุดนับจากต้นเดือนพฤศจิกายน.-สำนักข่าวไทย

1 3 4 5 6 7 27