อีสาน 3 พ.ค.-สธ. เผยแอนแทรกซ์ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง โอกาสเสียชีวิตสูงถึง 80% ส่วน จ.เลย ชาวบ้านพบวัวตายตัว สำนักงานปศุสัตว์ฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น คาดกินเชือกไนล่อนมัดฟางเข้าไป ทำให้อุดตันทางเดินอาหาร ไม่น่าเกิดจากโรคระบาดสัตว์ เนื่องจากวัวในฝูงที่เหลืออยู่ ยังมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี
นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงโรคแอนแทรกซ์ว่า เป็นโรคติดต่อร้ายแรงสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้โดยตรง หลังได้รับเชื้อประมาณ 1 – 5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรง มีแผลคล้ายบุหรี่จี้ หายใจขัด หายใจลำบาก หากมีอาการรุนแรงมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 80 จากสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ ที่ระบาดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ในพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอมุกดาหาร ประกาศพื้นที่ควบคุมโรคระวังแอนแทรกซ์ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา และกรมควบคุมโรค ได้ยืนยันการติดเชื้อแอนแทรกซ์ในผู้เสียชีวิตรายนี้ มีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน โดยเริ่มมีตุ่มแผลขึ้นบริเวณมือข้างขวา ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ข้างขวาโต และมีอาการหน้ามืด ชักเกร็ง ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์สงสัยโรคแอนแทรกซ์ จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันบำราศนราดูร ผลพบเชื้อ Bacillus anthracis (บาซิลลัส แอนทราซิส)

ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการชำแหละโค ในงานบุญผ้าป่า และมีการนำเนื้อโคที่ชำแหละไปแจกจ่ายให้รับประทานกันภายในหมู่บ้าน ขณะนี้ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค กรมควบคุมโรค ร่วมกับทีมสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และทีมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่สอบสวนโรค เบื้องต้นได้ให้ยาในกลุ่มเสี่ยงสูง พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรอบจุดชำแหละ และตั้งจุดสกัดการเคลื่อนย้ายสัตว์
สำหรับการป้องกันตนเองจากโรคแอนแทรกซ์ โดย 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโค กระบือ แพะ แกะ 2.ล้างมือ ชำระล้างร่างกายหลังสัมผัสสัตว์ 3.เลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองอาหารปลอดภัย 4.หากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทันที 5.หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ส่วนความคืบหน้าในพื้นที่ จ.เลย หลังเมื่อวานนี้ ชาวบ้านแก่งตาว หมู่ที่ 6 ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย พบวัวตาย 3 ตัว ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก
ล่าสุด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย ร่วมกับด่านกักกันสัตว์เลย สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย กำนันตำบลนาดี และผู้ใหญ่บ้านบ้านแก่งตาว ได้ร่วมตรวจสอบ พบว่าวัวที่ตายเห็นซากมีเพียง 2 ตัว และมีลูกวัวสูญหาย 1 ตัว ซากที่พบเห็นนั้นมีการตายมาได้หลายวันแล้ว เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เก็บตัวอย่างจากวัวที่ตาย และเก็บเลือดวัวที่อยู่ในฝูง ส่งตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุการตายที่ศูนย์วิจัย และพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า การตายของวัวดังกล่าว ไม่น่าจะเกิดจากโรคระบาดสัตว์ เนื่องจากวัวในฝูงที่เหลืออยู่ ยังมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี ไม่แสดงอาการเชื่องซึม ป่วยและตายอย่างต่อเนื่องแต่อย่างใด
จากข้อสังเกตสภาพแวดล้อมในบริเวณคอกและการให้อาหารสัตว์ พบว่าเกษตรกรได้ให้ฟางแห้งที่มีเชือกไนล่อนมัดฟางแห้งกระจายอยู่เต็มบริเวณพื้นคอก จึงสันนิษฐานได้ว่าวัวที่ตาย อาจจะกินเชือกไนล่อนมัดฟางเข้าไป ทำให้เกิดการอุดตันระบบทางเดินอาหาร ทำให้สัตว์ป่วยและตายได้เป็นกรณีบางตัว แต่ทั้งนี้ต้องรอผลการชันสูตรยืนยันจากทางห้องปฏิบัติการเพื่อความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง.-สำนักข่าวไทย