ล่าหนุ่มแว่นควักปืนขู่ชิงทอง 4 บาท กลางห้างอุดรธานี

อุดรธานี 10 ส.ค.-โจรแว่นบุกเดี่ยวร้านทอง ไม่สนคนเดินพลุกพล่าน ทำทีจะมาซื้อทองไปฝากแฟนสาว ก่อนควักปืนขู่ชิงทอง 2 บาท 2 เส้น มูลค่า 160,000 บาท ตร.ปิดเมืองล่า

ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากพนักงานร้านทอง ที่ตั้งอยู่ภายในห้างยูดีทาวน์ ข้างสถานีรถไฟ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทันที เมื่อไปถึงพบพนักงานหลายคนยังอยู่ในอาการตกใจ และมีประชาชนที่เดินห้างต่างมาดูที่เกิดเหตุ


ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางร้าน พบว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุไม่เกิน 35 ปี รูปร่างเตี้ย ผิวดำแดง สวมแว่นสายตา สะพายเป้สีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ ทำทีมาเลือกซื้อทอง จากนั้นก็เดินออกจากร้านแล้วเดินกลับเข้ามาใหม่ ช่วงที่เดินกลับมาเลือกสร้อยคอทองคำอีกครั้งก็ควักปืนออกมาจากกระเป๋าเป้ ชิงสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น รวมเป็น 4 บาท มูลค่า 160,000 บาท จากนั้นก็เดินใจเย็นออกจากห้างไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินข้ามทางรถไฟไปกับความมืด บริเวณศาลเจ้าปู่ย่า

นางชุจิรา อายุ 25 ปี พนักงานร้าน เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังยืนให้บริการลูกค้า ก็มีลูกค้าเป็นชายเข้ามาในร้าน ทำทีขอซื้อทอง โดยขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 2 เส้น จากนั้นขอถ่ายรูป โดยบอกว่าจะส่งให้แฟนสาวดูก่อน แล้วก็เดินออกไปนอกร้าน ไม่นานเขาเดินกลับมาขอดูสร้อยคอทองคำ 2 เส้นที่ดูเอาไว้อีกครั้ง เลือกดูได้สักพัก จากนั้นคนร้ายก็ควักปืนออกมาขู่ แล้วหยิบสร้อยทองไป 2 เส้น ก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ระดมกำลังเร่งติดตามคนร้าย เนื่องจากทราบมาว่า คนร้ายไม่มียานพาหนะ เดินข้ามทางรถไฟหายไปกับความมืด ขณะที่ ตร.สายตรวจ ตร.ชุดสืบสวน ได้ติดตามคนร้ายแถวบ้านพักทางรถไฟ ชุมชนหนองเหล็กและริมหนองบัว และศาลเจ้าปู่ย่า จนถึงขณะนี้คนร้ายยังล่องหน ไม่พบตัวคนร้ายแต่อย่างใด.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย