ตรวจสอบเหตุไฟไหม้เรือนำเที่ยวแบบดำน้ำลึกกลางคลองทับละมุ จ.พังงา

พังงา 2 เม.ย. – ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ตรวจสอบเหตุไฟไหม้เรือนำเที่ยวแบบดำน้ำลึก ขณะจอดลอยลำกลางคลองทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง พบเพิ่งมาส่งนักท่องเที่ยวขึ้นท่าเรือ แต่ไม่ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันนี้ (2 เม.ย.) เกิดเหตุเรือนำเที่ยวทะเลอันดามันระเบิดจนเพลิงลุกไหม้ทั้งลำกลางลำคลองท่าเทียบเรือบ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยดับเพลิงเทศบาลตำบลลำแก่น และเรือดับเพลิงฐานทัพเรือพังงา ควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ล่าสุด ว่าที่ร้อยตรี กิตติภูมิ สมัยกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าเรือบรรทุกคนโดยสารให้บริการนักท่องเที่ยวแบบดำน้ำลึก ชื่อเรือซีเวิลด์ 1 หมายเลขทะเบียนเรือ 475300314 ขนาด 58.78 ตันกรอส ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าของเรือชื่อบริษัท เอ-วัน-ไดฟ์วิ่ง จำกัด เกิดเพลิงไหม้ขณะจอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือทับละมุ หลังจากส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว ขณะเกิดเหตุมีคนประจำเรืออยู่ในเรือ 4 คน และเปลวไฟไหม้มาจากห้องเครื่อง ก่อนลุกลามไหม้ตัวเรือทั้งลำ คนประจำเรือทั้ง 4 คน จึงกระโดดลงน้ำแล้วหนีขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย


ต่อมาไฟสงบลงและเรือจมบริเวณที่เกิดเหตุ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งทางสำนักงานเจ้าท่าฯ ได้ออกคำสั่งให้กู้เรือและเชิญคนประจำเรือที่อยู่ในเรือขณะเกิดเหตุเข้ามาบันทึกปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ด้านนายมานิต บุญมีศรี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เวลาประมาณ 6 โมงเย็น เห็นเรือลำนี้ที่เป็นเรือนำเที่ยวแบบดำน้ำลึก มาจอดเทียบท่าส่งนักท่องเที่ยวที่ท่าเทียบเรือทับละมุ จากนั้นถอยเรือออกไปกลางลำคลองทับละมุ แล้วเกิดไฟลุกไหม้ห้องเครื่อง คนในเรือประมาณ 4-5 คน พยายามดับไฟ แต่ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนดับไม่ทัน คนประจำเรือจึงกระโดหนีลงน้ำว่ายขึ้นมาบนฝั่ง และเห็นเรือฐานทัพเรือพังงาเข้าไปฉีดน้ำสกัด ก่อนเรือได้เคลื่อนมาทางท่าเรือที่มีเรือจอดอยู่หลายลำ ทำให้เกิดการรีบเคลื่อนย้ายเรืออกไปกันอย่างจ้าละหวั่น ก่อนที่มีการลากเรือมาใกล้สะพานเทียบเรือให้ทางรถดับเพลิงเทศบาลตำบลลำแก่นฉีดสกัดได้เรียบร้อย พบไฟไหม้เรือเสียหายทั้งลำจนจมลงในลำคลอง นับว่าโชคดีที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาจากเรือแล้ว และคนประจำเรือกระโดน้ำหนีทัน สาเหตุคาดว่าเกิดไฟลัดวงจรในห้องเครื่อง เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้.-712-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

กรมอุตุฯ เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน กระทบ​ 53 จังหวัด​

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน​ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก มีผลกระทบ​ 53 จังหวัด​ ระหว่าง​ 29​ มี.ค.-1 เม.ย.68​

ความเสียหายแผ่นดินไหว

ปภ. เผยพบความเสียหาย​จาก​แผ่นดินไหว​ 11​ จังหวัด

อธิบดี​กรม​ ปภ. ระบุ​ได้รับรายงาน​ความเสียหาย​จาก​แผ่นดินไหว​ 11​ จังหวัด​ ส่วนเหตุ​อาคารถล่มในกทม.​ มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และสูญหายอีก 101 ราย​ ทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) ของ​ปภ.​ ยัง​คงสนับสนุน​ทีมกู้ภัย​ของ กทม.​ ค้นหาและช่วย​เหลือ​ผู้​ได้รับบาดเจ็บ​เต็มกำลัง

แผ่นดินไหว

กรมทรัพยากรธรณี แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหว 8.2 ที่เมียนมา

กรมทรัพยากรธรณี 28 มี.ค. – กรมทรัพยากรธรณี แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหว 8.2 รอยเลื่อนสะกาย ประเทศเมียนมา 28 มีนาคม 2568 นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยนายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ในฐานะโฆษกกรมทรัพยากรธรณี นายวีระชาติ วิเวกวิน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหวรอยเลื่อนสะกาย บนบกขนาด 8.2 ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร และมีแผ่นดินไหวตามมา (After Shock) มีขนาด 2.8 – 7.1 จำนวน 27 ครั้ง (ข้อมูล ณ เวลา 18.48 น.) (ที่มา : USGS กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี) สาเหตุเกิดจากรอยเลื่อนสะกาย รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง และสร้างความเสียหายจำนวนมาก ทั้งในประเทศเมียนมาและในประเทศไทย นายพิชิต กล่าวว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบกในครั้งนี้ […]