fbpx

แรงงานไทยช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ

ทำเนียบฯ 1 พ.ย.- โฆษกรัฐบาลเผย แรงงานไทยช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ ลดการว่างงาน หลังเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ ส่วนสำคัญจากการบริหารจัดการโควิด-19 ที่ดีของไทย


นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนนตตรี (ครม.) ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงการจัดส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดน และประเทศฟินแลนด์ ฤดูกาล 2020 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2563 ว่า มีแรงงานไทยที่ได้รับการอนุญาตให้เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าในทั้งสองประเทศจำนวนทั้งสิ้น 5,254 คน โดยแยกเป็นประเทศฟินแลนด์ 2,014 คน และประเทศสวีเดน จำนวน 3,210 คน ก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศโดยประมาณขั้นต่ำ 618,341,720 บาท แบ่งเป็นประเทศฟินแลนด์จำนวน 182,655,000 บาท และประเทศสวีเดน จำนวน 435,686,720 บาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการเดินทางไปในครั้งนี้ กรมการจัดหางานได้วางมาตรการเพื่อคุ้มครองแรงงานไทยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยดำเนินการตามนโยบายของ ศบค. ทุกประการ ซึ่งแรงงานไทยทั้งหมดได้ผ่านการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก่อนเดินทางไป และหลังจากเดินทางกลับ และจะต้องผ่านการกักตัวเป็นระยะเวลาจำนวน 14 วัน ซึ่งในฤดูกาลนี้แรงงานทั้งหมดได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1-22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา


นายอนุชา กล่าวว่า รายได้ของคนงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศฟินแลนด์และประเทศสวีเดน ฤดูกาลปี 2020 พบว่า แรงงานที่เดินทางไปประเทศสวีเดน จะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 150,000 – 180,000 บาท โดยมีระยะเวลาเก็บผลไม้ประมาณ 2 เดือน ส่วนคนงานที่เดินทางไปเก็บผลไม้ที่ประเทศฟินแลนด์ มีระยะเวลาการเก็บผลไม้ประมาณ 55 วัน และมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 90,000 – 150,000 บาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการกักตัวของคนงานทั้งหมดที่กลับมานั้น ไม่ได้ใช้งบประมาณของประเทศแต่อย่างใด แต่ใช้เงินของบริษัทต่างประเทศนั้นๆ ที่พาคนงานไทยไปทำงาน ซึ่งคนงานเหล่านี้ บริษัทต่างประเทศ ได้ออกค่าใช้จ่ายในการกักตัวโดยมีแบงค์การันตี คนละ 32,000 บาทต่อคน แต่หากค่าใช้จ่ายจริงไม่ถึงจำนวนนี้ กระทรวงแรงงานก็จะคืนให้บริษัทที่ออกค่าใช้จ่ายให้คนงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าต่อไป

นายอนุชา กล่าวว่า แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของต่างประเทศเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ซึ่งส่วนสำคัญมาจากการบริหารจัดการโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีของไทย ทำให้ประเทศที่ต้องการนำเข้าแรงงาน มีความมั่นใจแรงงานจากไทยเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งเป็นโอกาสดีในการเพิ่มช่องทางให้แรงงานไทยได้มีตลาดทำงานในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้แรงงานไทยมีอาชีพ มีรายได้ ลดปัญหาการว่างงานภายในประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำเงินกลับเข้าประเทศไทย ซึ่งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทย สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นั่งรถไฟ-เที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์

การรถไฟฯ เปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

จับแชร์ “ออมเงิน” ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเจ้าของวงแชร์พร้อมสามี หลอกลงทุนออนไลน์ ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี

ข่าวแนะนำ

สปสช.ขอกลุ่มเสี่ยงรับ ATK แล้วตรวจโควิดทันที

สปสช.เปิดข้อมูลกระจาย ATK มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงรับชุดตรวจแล้วกว่า 6 หมื่นราย รวมจำนวนกว่า 1.2 แสนชุด แต่ตรวจโควิดทันทีเพียง 6% เท่านั้น ขอความร่วมมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยเร็วหลังรับชุดตรวจ เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา และลดการแพร่ระบาด

ฉีดวัคซีน 3 เข็มยังติดโควิด-เชื้อลงปอด แห่ให้กำลังใจนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุ

นายกฯ ไก่ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยังติดโควิด-19 พร้อมลูกและภรรยา ซึ่งตอนนี้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมเปิดใจติดจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ทราบสถานที่ติดเชื้อ เนื่องจากลงพื้นที่ปฏิบัติงานทุกวัน

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำอยู่ครบวาระ

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำรัฐบาลอยู่ครบวาระ เร่งพลิกโฉมประเทศหลังผ่านพ้นโควิด-19

ดีเดย์ 1 ต.ค. คนละครึ่งเฟส3 โอนเงินรอบสองอีก 1,500 บาท

โฆษกรัฐบาลเผย เตรียมเป๋าตังให้พร้อมรับโอนเงินรอบ 2 คนละครึ่งเฟส 3 ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กิน ช้อป ใช้ ขยายจ่ายผ่าน Platform Delivery เริ่มต้นตุลาคม เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 64 ขณะยอดมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐ พุ่งกว่า 7.6 หมื่นล้านแล้ว นายกฯ กำชับเยียวยาทั่วถึง