“สกลธี” ลงพื้นที่ลาดพร้าว พบปะประชาชน-นำเสนอนโยบาย

กรุงเทพฯ 6 พ.ค. – “สกลธี” หัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดเช้าลาดพร้าว สะพาน 2 พบปะประชาชนและนำเสนอนโยบาย พร้อมขอให้เลือกคนและพรรคที่ชอบ ไม่ต้องสนโพลและยุทธศาสตร์


นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารและหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ตลาดเช้าลาดพร้าว สะพาน 2 พร้อมกับนายกานต์ กิตติอำพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 5 เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง หมายเลข 4 เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายของพรรค

นายกานต์ กิตติอำพน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 หมายเลข 4 กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทำให้ได้รับทราบความต้องการของพี่น้องประชาชนว่า อยากให้แก้ไขเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งในพื้นที่นี้มีน้อยมาก หากตนได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงาน พรรคพลังประชารัฐจะนำเงินจากกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท มาช่วยเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ได้


ด้านนายสกลธี กล่าวว่า นอกจากเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว ปัญหาของพื้นที่เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง ยังมีเรื่องการจราจรที่กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งต้องไปขอคืนพื้นที่ช่วงที่ก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ยังกั้นบริเวณอยู่ เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจร นอกจากนั้นยังมีปัญหาขาดโรงพยาบาลที่รับสิทธิ 30 บาท ทำให้ประชาชนต้องเข้าไปรับสิทธิการรักษาถึงโรงพยาบาลกลาง ซึ่งอยู่ในเมือง จึงต้องมีการเพิ่มสิทธิโรงพยาบาลในพื้นที่ให้คนพื้นที่นี้ใกล้สิทธิรักษาฟรีมากขึ้น

สำหรับกรณีที่ในช่วงนี้มีการเปิดเผยโพลการเมืองหลายสำนัก นายสกลธี กล่าวว่า ในยุคนี้ต้องเสพสื่อ เสพโพลอย่างระมัดระวัง เพราะยุคนี้มักจะเป็นโพลยุทธศาสตร์ที่ต้องการส่งผลทางจิตวิทยา ชี้นำสังคมและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มากกว่าจะเป็นโพลของสถาบันที่เป็นกลาง ทางพรรคพลังประชารัฐมีการทำโพลกันภายในอยู่ ซึ่งมีหลายเขตที่เป็นเขตเป้าหมาย แต่ต้องขึ้นกับการตัดสินใจในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของพี่น้องประชาชน

“เช่นเดียวกับกระแสการให้โหวตตามยุทธศาสตร์ที่ชี้นำให้คนโหวตให้คนที่มีโอกาสชนะมากที่สุด แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่เทคะแนนให้จะชนะ เรื่องนี้มีให้เห็นแล้วตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กระแสแบบนี้ทำให้กระบวนการประชาธิปไตยบิดเบี้ยว เพราะฉะนั้นหากทุกคนชอบใคร เห็นว่านโยบายของใครตอบโจทย์ในการนำประเทศเดินไปข้างหน้า ขอให้เลือกคนนั้น พรรคนั้น ไม่ต้องสนใจโพลหรือยุทธศาสตร์ใดๆ” .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม