fbpx

มทภ.4 สั่งระดมสรรพกำลังหนุนเสริม สธ.รับมือโควิด-19

กองทัพภาคที่ 4 25 เม.ย. – กองทัพภาค 4 ระดมสรรพกำลังหนุนเสริม สธ. รับมือสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ภายในหน่วยทหารคุมเข้ม ยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19


แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งระดมสรรพกำลังกองทัพภาคที่ 4 สนับสนุนการทำงานของสาธารณสุขในพื้นที่ภาคใต้ รองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อและรอรับการรักษาจำนวนมาก ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมเหล่าทัพ กอ.รมน. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบทางไกล เพื่อระดมกำลังและยุทโธปกรณ์เข้าเสริมและสนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างเร่งด่วน โดยได้กำชับทุกเหล่าทัพระดมทรัพยากรที่มีอยู่เข้าไปเสริมและสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อและรอรับการรักษาเพิ่มมากขึ้นในตอนนี้

พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้หน่วยทหารทุกหน่วยเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของหน่วย สนับสนุนโรงพยาบาลสนามของจังหวัด พร้อมอุปกรณ์และกำลังพลเจ้าหน้าที่ เข้าไปเสริมและสนับสนุนการทำงานของสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อและรอรับการรักษาเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้กองทัพภาคที่ 4 ในทุกพื้นที่ที่มีค่ายทหารตั้งอยู่ ได้สั่งการให้สนับสนุนทั้งยุทโธปกรณ์และกำลังพลแก่โรงพยาบาลสนามของจังหวัดต่างๆ


ส่วนโรงพยาบาลสนามของกองทัพภาคที่ 4 ได้สนับสนุนสถานที่ของหน่วยทหาร เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ตามที่จังหวัดต่างๆ ได้ร้องขอแล้วในเบื้องต้น จำนวน 4 แห่ง ใน 3 จังหวัด คือ กระบี่ นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ จำนวน 580 เตียง ซึ่งได้เปิดใช้งานไปแล้วในพื้นที่ จ.สงขลา โดยใช้พื้นที่ภายในค่ายมหาจักรีสิรินธร อ.นาทวี จ.สงขลา รองรับได้ 100 เตียง ปัจจุบันได้รับตัวผู้ป่วยหญิงจาก รพ.นาทวี และ รพ.จะนะ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้น เข้าไปพักฟื้น รวม 36 คน อีกแห่งคือ ค่ายลพบุรีราเมศวร์ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งสามารถรองรับได้ 100 เตียง ปัจจุบันใช้เป็นที่สังเกตอาการของกลุ่มเสี่ยง และในพื้นที่ จ.กระบี่ ที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ สามารถรองรับได้ 280 เตียง ก็ได้ดำเนินการจัดตั้งเตรียมอุปกรณ์จำเป็นทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คือ ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รองรับได้อีกกว่า 100 เตียง และยังได้สนับสนุนเตียงฟูกที่นอน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยานพาหนะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย พร้อมอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น ตลอดจนกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยให้แก่โรงพยาบาลสนามอื่นๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง ยืนยันว่าทุกที่พร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที หากมีการร้องขอเข้ามา

สำหรับโรงพยาบาลสนามที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 4 ที่ได้สนับสนุนจัดตั้งตามการร้องขอของจังหวัดต่างๆ ปัจจุบันมีจำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สงขลา กระบี่ และนครศรีธรรมราช โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ จำนวน 580 เตียง เปิดใช้งานไปแล้ว จำนวน 36 เตียง คงเหลือ 544 เตียง ดังนี้


  1. จ.สงขลา : ที่อาคารกองร้อยสนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายมหาจักรีสิรินธร อ.นาทวี จ.สงขลา รองรับได้ 100 เตียง ปัจจุบันได้รับตัวผู้ป่วยหญิงที่มีอาการดีขึ้น จาก รพ.นาทวี และ รพ.จะนะ เข้ามาพักฟื้น รวม 36 คน และที่กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายลพบุรีราเมศวร์ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา รองรับได้ 100 เตียง
  2. จ.กระบี่ : อาคารแหล่งสมาคม และอาคารกองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ สามารถรองรับ 280 เตียง ปัจจุบันยังไม่มีการใช้งาน
  3. จ.นครศรีธรรมราช : ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จว.นครศรีธรรมราช รองรับได้ 50 เตียง ปัจจุบันยังไม่มีการใช้งาน

ขณะที่มาตรการดูแลระวังป้องกันโรคภายในค่ายทหาร แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งยกระดับมาตรการคุมเข้ม หลังกองทัพบกออกวิทยุด่วน สั่งยกระดับภายในหน่วยทหาร ตลอดจนบ้านพักราชการ โดยห้ามเข้า-ออกค่ายฯ หลัง 05.00-21.00 น. จัดให้มีทางเข้า-ออก แต่ละอาคารเพียงทางเดียว พร้อมมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์แพทย์ตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าไปในอาคาร ตามที่ ทบ.กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งห้ามรวมกลุ่มจัดเลี้ยงสังสรรค์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนงดรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนบ้านตามบ้านพัก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้

อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคที่ 4 ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันดูแลป้องกันตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดต่างๆ กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยกันควบคุมไม่ให้การแพร่ระบาดของเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยกองทัพภาคที่ 4 พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการรักษาและการควบคุมโรคร่วมกับทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และได้ย้ำกำลังพลทุกคนจะต้องเสียสละ ทุ่มเทศักยภาพในทุกด้าน และให้การร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลประชาชนให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ญาติยังคาใจ ฉีดวัคซีน 2 วัน เสียชีวิต

ครอบครัวติดใจ คนขับรถเอกซเรย์เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด 2 วัน ภรรยาเผยสามีไม่มีโรคประจำตัว ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ได้ชันสูตรศพ เพราะไม่อยากวุ่นวาย

หญิงชาวมาลีให้กำเนิดทารกแฝด 9 คน ครั้งแรกในโลก

หญิงชาวมาลี วัย 25 ปี สร้างความตกตะลึงให้กับวงการแพทย์ หลังให้กำเนิดทารกแฝด 9 ที่โรงพยาบาลในคราวเดียว เป็นครั้งแรกในโลก

ลูกหลานแพร่เชื้อ หลวงตาติดโควิด 2 วันมรณภาพ

เผาทันที ศพหลวงตา วัย 73 ปี ติดโควิด-19 แค่ 2 วัน มรณภาพ คาดรับเชื้อจากญาติโยมกลุ่มลูกหลานที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ

ข่าวแนะนำ

สหรัฐคงสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไทยที่ WL

สหรัฐฯ ประกาศคงสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไทยที่ WL ต่อไปอีก กรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งเป้าผลักดันให้หลุดจาก WL ในอนาคต

เปิดทางเอกชนยื่นขอนำเข้าวัคซีน

โฆษกรัฐบาลย้ำรัฐบาลไม่ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ยื่นหนังสือต่อองค์การเภสัชกรรม แนะจัดหาที่แตกต่างจากที่ภาครัฐนำเข้า และต้องจัดส่งวัคซีนได้ทันในปีนี้ เป็นทางเลือกประชาชน การกำหนดค่าบริการฉีดวัคซีนต้องสมเหตุสมผล

ส่งศพพนักงานขับรถเอกซเรย์ชันสูตร เหตุดับหลังฉีดวัคซีน

กรณีพนักงานขับรถเอกซเรย์ เสียชีวิตหลังรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เพียง 2 วัน ล่าสุดญาตินำศพส่งผ่าชันสูตร หลังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

ไทยได้สิทธิผลิตยา “ฟาวิพิราเวียร์” รักษาผู้ป่วยโควิด

ไทยได้สิทธิผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้เอง ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมประสานสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตยาแล้ว