BIG STORY : เปิดปมอุกอาจ สัตวแพทย์ยิง ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ

สงขลา 3 ต.ค. – เกิดเหตุสลด เมื่อสัตวแพทย์สวนสัตว์สงขลา ก่อเหตุยิง ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ เสียชีวิต ขณะมาสอบสวนเรื่องลูกเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไป 2 ตัว และใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวตายที่บ้านพัก


เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (3 ต.ค.) พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันตายภายในที่ทำการสวนสัตว์สงขลา จึงไปตรวจจุดเกิดเหตุเป็นห้องทำงานของผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา พบร่างนายสุริยา แสงพงค์ อายุ 58 ปี ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นกลางห้อง โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. หลายนัด ลักษณะกระหน่ำยิง ทั้งที่ศีรษะและลำตัว และพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. ตกอยู่ในห้องถึง 19 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายภูวดล สุวรรณะ อายุ 50 ปี เป็นสัตวแพทย์หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัยและสุขภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลา หลังก่อเหตุได้ออกจากห้องกลับไปยังบ้านพักที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร และขึ้นไปเก็บตัวอยู่ในห้องนอนของลูกชายบนชั้น 2 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เข้าไปปิดล้อม พร้อมกับประสานญาติให้ยอมมอบตัว โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมอยู่นั้น ได้ยินเสียงเพลงเศร้าถูกเปิดจากโทรศัพท์มือถือออกมาจากในห้องด้วย ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เมื่อเข้าไปตรวจดูก็พบว่า นายภูวดลได้ใช้อาวุธปืน 9 มม. จ่อยิงที่ศีรษะฆ่าตัวตายแล้ว


และจากการสอบสวนพยานแวดล้อม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุริยา ซึ่งลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไปอย่างมีเงื่อนงำ 2 ตัว ได้เรียกนายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา และนายภูวดล เข้าไปสอบถามเรื่องนี้ แต่ระหว่างนั้น นายภูวดลได้บอกให้นายเฉลิมวุฒิ ออกมาจากห้อง เพราะต้องการคุยกับนายสุริยา เป็นการส่วนตัว สักพักจึงเกิดการยิงกันขึ้น และน่าจะมีสาเหตุมาจากนายภูวดลไม่พอใจที่ถูกนายสุริยาสั่งย้ายกะทันหัน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (2 ต.ค.) และมีผลในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ โดยให้ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญสวนสัตว์ สังกัดสำนักอนุรักษ์และวิจัยแทน เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่เก้งเผือกทั้ง 2 ตัว หายไป

ส่วนที่บ้านพักของนายสัตวแพทย์ภูวดล สุวรรณะ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างไร้วิญญาณส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลา เพื่อชันสูตรศพ ในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืน 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ข้างศพ ซึ่งเสียชีวิตด้วยการยิงเข้าที่ขมับขวา นอนอยู่บนเตียงในห้องของลูกชาย โดยมีจดหมายเขียนถึงครอบครัว และการจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ พร้อมด้วยเงินสด 3,000 บาท วางอยู่บนโต๊ะในห้องที่เกิดเหตุ

นางชลิตา มาลวรรโณ พนักงานสวนสัตว์สงขลา ผู้ใต้บังคับบัญชาของนายสัตวแพทย์ภูวดล สุวรรณะ เปิดเผยว่า ปกติคุณหมอเป็นคนใจเย็น ไม่กดดันลูกน้อง รักครอบครัว ที่ผ่านมาเคยถูกย้ายไปช่วยราชการที่ จ.นครราชสีมา มาแล้วเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ซึ่งในขณะนั้นภรรยาเพิ่งจะคลอดลูกคนเล็กได้ไม่นาน โดยภรรยาของหมอ เล่าให้ฟังว่า คุณหมอมีอาการเครียด นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา หลังจากทราบคำสั่งย้ายว่ามีชื่อของตนเองรวมอยู่ด้วย โดยส่วนตัวเชื่อว่า การก่อเหตุของคุณหมอครั้งนี้ มาจากความเครียดจากการถูกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม


นายวรัญญู ล้วนมณี อายุ 23 ปี ญาติสนิทอีกคนที่เคยอยู่กับนายภูวดลที่บ้านพักหลังนี้ บอกว่า สาเหตุน่าจะมาจากความเครียดที่ถูกสั่งย้ายด่วน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (2 ต.ค.) โดยให้ย้ายไปภายในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดความเครียด แต่ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไป 2 ตัว หรือไม่

ขณะที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ โดยนายนิพนธ์ เปิดเผยว่า เมื่อเช้านี้ นายสุริยาได้ไปหาที่บ้านพัก และดื่มกาแฟกัน รวมทั้งพูดคุยกันเรื่องที่เก้งพระราชทานหายไป 2 ตัว โดยนายสุริยา บอกว่า จะแก้ปัญหาสวนสัตว์สงขลา และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่มีชื่อเสียง เพราะสงขลาเป็นบ้านเกิด ซึ่งตนก็พอรู้ปัญหานี้ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ และเชื่อว่าน่าจะมาจากอารมณ์ชั่ววูบของผู้ก่อเหตุ เพราะทั้งสองคนก็รู้จักกัน และเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ด้วย

ในส่วนของญาตินายภูวดล ระบุว่า น่าจะมาจากความเครียดที่โดนย้าย โดย ร.ต.ต.สมยศ ล้วนมณี อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นญาติสนิท บอกว่า เมื่อเช้านี้ นายภูวดล บอกภรรยาว่า ดูแลลูก 2 คนด้วย ปกตินายภูวดล เป็นคนนิสัยดี และรักลูกน้องมาก

สำหรับศพของนายสุริยา ญาติจะรับกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ชลบุรี หลังจากที่ชันสูตรเสร็จแล้ว ส่วนศพของนายภูวดล ญาติเตรียมรับกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

ภาษีสหรัฐ

นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปแก้ปัญหาภาษีสหรัฐ 8 เม.ย.นี้

“จิรายุ” ระบุฝ่ายค้านบางพรรคน่าจะตกข่าว เพิ่งมาเสนอให้นายกฯ ตั้ง คกก.แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ทั้งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ทรัมป์” ยังไม่ได้รับตำแหน่ง บอก 8 เม.ย.นี้ นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปทั้งหมด ที่ทำเนียบฯ