fbpx

“ทนายเดชา” แย้ม ตร.จ่อหมายจับนัก กม.กุนซือคดีแตงโม แนะผู้ต้องหาโกหก

กรุงเทพฯ 2 เม.ย. – “ทนายเดชา” แย้มตำรวจเตรียมดำเนินคดีทุกคนบนเรือ รวมทั้งนักกฎหมายที่เป็นกุนซือคอยบงการคนบนเรือให้บิดเบือนข้อเท็จจริงคดี “แตงโม” ซึ่งตำรวจมีพยานหลักฐานอยู่ในสำนวนคดีเรียบร้อยแล้ว


วันนี้ (2 เม.ย.) ที่ศูนย์ทนายคลายทุกข์ แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ว่า จากที่เมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) ตนได้พูดคุยกับ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ก็ทราบว่า ทุกคนบนเรือมีโอกาสถูกดำเนินคดีแน่นอน ไม่น่าจะมีใครรอด เว้นแต่พูดความจริง ซึ่งตนก็ส่งสัญญาณขอให้คุณกระติก พูดความจริงให้หมด รวมทั้งนายจ๊อบด้วย แต่ก็อยู่ที่ว่าทั้งคู่จะให้การเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าพูดหมดก็มีโอกาสเข้าสู่การเป็นพยาน แต่ถ้าพูดไม่หมดก็จะเปลี่ยนจากการเป็นพยานไปเป็นผู้ต้องหา

ส่วนอีกคนที่จะถูกดำเนินคดีด้วย ก็คือ กรณีที่มีนักกฎหมายมาคอยบงการ ทำสคริปต์ บิดเบือนข้อเท็จจริง ให้เบิกความเท็จ จนทำให้คนบนเรือเข้ามาพบพนักงานสอบสวนช้า กลายเป็นประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่บุคคลดังกล่าวก็อยู่ในวงการนักกฎหมาย มีความรู้ทางด้านกฎหมาย แต่กลับกระทำผิดเสียเอง ซึ่งบุคคลดังกล่าวก็เป็นชุดที่ให้คำปรึกษากับกลุ่มผู้ต้องหาบนเรือ แต่ตนไม่ขอระบุว่าเป็นชุดไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานในส่วนนี้อยู่ในสำนวนคดีเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคนบนเรือก็ได้มีการยอมรับถึงกรณีดังกล่าวจริง


ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่จะถูกดำเนินคดีร่วมด้วย ก็จะเป็นในส่วนของกลุ่มหิวแสง เช่น กลุ่มคนที่นำเอาคลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุมาระบุว่าเป็นคลิประหว่างเกิดเหตุ กลุ่มคนที่จัดทำคลิปวิดีโอปลอม และคนที่ไปแจ้งความเท็จ ทั้งนี้ ทนายเดชา ระบุเปรยๆ ว่า คนที่ไปแจ้งความเท็จนั้นเป็นผู้ชาย เคยไปเจอพิธีกรคนดัง แต่ตนไม่ขอระบุรายละเอียดลงลึกกว่านี้ แต่คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ทั้งหมด

สำหรับเรื่องการขอประกันตัวของ “แซน” ที่อาจจะเกิดขึ้น ทนายเดชา กล่าวว่า แซนมีสิทธิกระทำได้ ส่วนเรื่องหมายจับแซนนั้น ก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน รายละเอียดตนไม่ขอตอบ แต่ขอพูดในหลักการว่า แซนเป็นเพื่อน และนั่งเล่นโทรศัพท์ โดยไม่ดูแลแตงโม ปล่อยให้แตงโมตกเรือ ซึ่งก็มีหลายส่วนประกอบกันที่ทำให้ถูกหมายจับ. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา