3 ธ.ค. กทม.-สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทยให้ฉายานายตำรวจประจำปี 2561 จำนวน 11 นาย ที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์สำคัญในปีนี้ ทั้งกรณี 13 หมูป่า และคดีหวย 30 ล้านบาท
ประกอบด้วย พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา “ ซานต้า อวบ ” เพราะตอนลงพื้นที่แถลงข่าวและดูการทำงานไม่ว่าคดีเล็ก คดีใหญ่ จะสร้างความประทับใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมมอบรางวัลให้ชุดทำงานทุกครั้งไป
พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา “ นายพล License ” จากกรณีที่หลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือสมาชิก ในทีมหมูป่า 13 คน ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย พลตำรวจเอกศรีวราห์ เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ขณะทดสอบบินโดรน ว่ามีใบอนุญาตหรือเปล่า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยพลตำรวจเอกศรีวราห์ ชี้แจงว่าการบินโดรนต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำให้ถูกต้องเพื่อเป็นตัวอย่าง และหากนำโดรนหลาย ตัวไปบินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีการควบคุม อาจทำให้ขัดขวางการปฎิบัติงานส่วนอื่น
พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา “ นายพล ล้านวิว ” เพราะเป็นนายตำรวจคนแรกที่ลงพื้นที่อยู่กินในป่า เพื่อค้นหา13 หมูป่า ที่ถ้ำขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย พร้อมบวชอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าแม่ดอยนางนอน จนมีคนติดตามผ่านโซเชียลถึง 4 ล้าน 7 แสน
พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา “ เด่น ปักกลด ” เพราะตอนดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้จัดทำโครงการประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด (ปักกลด) ให้ตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้าน ชุมชนที่มียาเสพติดแพร่ระบาด แบบไปกินนอนในหมู่บ้าน ชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนในเรื่องต่างๆ และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการนำเอาไปใช้ในหลายจังหวัด
พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฉายา “สวาทแคท “( S.W.A.T CAT) โดยครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ให้ความสนใจคดีคดีโจรผัวเมียอุ้มหมา อุ้มแมว ตระเวนลักทรัพย์ ไปหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องนานกว่า 15 ปี ได้ทรัพย์สินไปกว่า 20 ล้านบาท แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอดมือหน่วย S.W.A.T ในสังกัด ภูธรภาค 1
พลตำรวจโทจิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้รับฉายา “ นายพล ตีนตุ๊กแก ” เพราะยึดตำแหน่งเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งในพื้นที่มีคดีอาชญากรรมใหญ่ๆเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิงทรัพย์ร้านทอง ปล้นรถขนเงิน ตัดตู้เอทีเอ็ม ที่ยังจับไม่ได้ แต่ยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลพื้นที่ภาค 2 ต่อไป
พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับฉายา “ มือปราบดอกเบี้ยโหด ” จากกรณีที่ลงพื้นที่ปราบปรามแกงค์เงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด พร้อมยึดโฉนดที่ดินคืนประชาชนได้มากกว่า 10,000 ฉบับ เนื้อที่รวม กว่า 3 หมื่นไร่ มูลค่ามากกว่า 13.000 ล้านบาท
พลตำรวจตรีสุทธิ พวงพิกุล อดีต ผู้บังคับการภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับฉายา “ ผู้การหวยเด้ง ” จากคดีแย่งสิทธิ์หวย 30 ล้านบาท ถึงแม้จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี แต่คดีนี้ก็ทำให้ พลตำรวจตรีสุทธิ ที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการภูธรตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จนถูกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้รับฉายา “ บิ๊กป๋อ สายโหด ” เห็นบุคลิกเป็นคนเรียบร้อย แต่หลังเข้ารับตำแหน่งเพียง 3 เดือน ก็มีการวิสามัญแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ไปแล้ว 2 ราย
พลตำรวจตรีภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเจ้าของฉายา หลวงตามสั่ง เมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ได้ “หลวงที่ถูกลืม เพราะแม้จะมีผลงานการปราบปรามพนันบอลโลก จนสามารถยึดทรัพย์ได้มากกว่า 100 ล้าน แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณาตำแหน่งในปีนี้
ส่วน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในปีนี้ไม่มีการตั้งฉายาให้แต่อย่างใด แต่คณะกรรมพิจารณาฉายาได้ลงความเห็นว่าสำหรับผู้นำนายนี้ ไม่มีคำบรรยายใดๆจะเหมาะสม เพราะตลอดปีที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ดูแลคดีใหญ่ๆด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น อีกทั้งยังร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเป็นกันเอง ไม่ถือตัวถือยศถือตำแหน่งจนได้ใจลูกน้องไปเต็มๆ เรียกได้ว่าไม่มีคำบรรยายจริงๆและไม่มีฉายาใดสมเหมาะสมกับผู้นำคนนี้ จึงให้ คำนิยามแทนตัวผบ.ตร.นายนี้ว่า “ลูกผู้ชายที่ชื่อ แป๊ะ” .สำนักข่าวไทย










